โรคฮันติงตัน (Huntington’s disease) เป็นโรคทางระบบประสาทชนิดพันธุกรรมที่พบได้ไม่บ่อย แต่มีความรุนแรงและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ผู้ป่วยมักมีอาการผิดปกติทั้งด้านการเคลื่อนไหว อารมณ์ และการทำงานของสมอง การรู้ทันสาเหตุ อาการเริ่มต้น และแนวทางรักษาที่เหมาะสม จะช่วยวางแผนการดูแลได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต
โรคฮันติงตันเกิดจากอะไร? (สาเหตุ)
โรคฮันติงตันเกิดจากความผิดปกติของยีน HTT (mhTT) บนโครโมโซมคู่ที่ 4 ทำให้มีการผลิตลำดับ CAG repeats มากผิดปกติ จากปกติ 10–36 ครั้ง เพิ่มเป็น 36–120 ครั้ง ส่งผลให้เกิดโปรตีนสะสมในสมองจนทำลายเซลล์ประสาทอย่างต่อเนื่อง โดยโรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบเด่น (Autosomal dominant) หากพ่อหรือแม่ป่วย ลูกมีโอกาสเป็นโรคนี้ 50%
อาการโรคฮันติงตันที่พบบ่อย
อาการมักเริ่มแสดงช่วงอายุ 30–50 ปี และจะแย่ลงเรื่อย ๆ โดยอาการหลักแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1. อาการด้านการเคลื่อนไหว (Movement symptoms)
- กล้ามเนื้อกระตุก กระชาก สะบัด
- การทรงตัวเสีย เดินลำบาก ล้มง่าย
- พูดลำบาก กลืนลำบาก เสี่ยงสำลัก
- กล้ามเนื้อแข็งและเคลื่อนไหวช้าลงในระยะท้ายของโรค
2. อาการด้านความคิดและการรับรู้ (Cognitive symptoms)
- สมาธิลดลง คิดช้าลง สับสนง่าย
- ความจำเสื่อม ตัดสินใจลำบาก
- ไม่สามารถวางแผนหรือควบคุมพฤติกรรมได้ดีเหมือนเดิม
3. อาการด้านอารมณ์และพฤติกรรม (Psychiatric symptoms)
- อารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว ฉุนเฉียว
- ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล
- พฤติกรรมต่อต้านสังคมหรือไม่แสดงอารมณ์
โรคฮันติงตันรักษาอย่างไร? (วิธีรักษาที่ใช้จริง)
แม้โรคฮันติงตันยังไม่สามารถรักษาหายขาด แต่การรักษาแบบผสมผสานช่วยชะลออาการและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก
1. การใช้ยา
- Tetrabenazine (Xenazine): ลดอาการกระตุกและเคลื่อนไหวที่ควบคุมไม่ได้ แต่ต้องระวังผลข้างเคียง เช่น ภาวะซึมเศร้า
- Deutetrabenazine: ทางเลือกเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์จากยาแบบดั้งเดิม
2. การบำบัดด้วยการพูด (Speech Therapy)
ช่วยให้ผู้ป่วยสื่อสารได้ดีขึ้น ลดปัญหาเรื่องการพูดไม่ชัด การกลืนลำบาก และป้องกันการสำลัก
3. กายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด (Physical & Occupational Therapy)
- ฝึกทรงตัว เดิน และเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ
- ลดความเสี่ยงล้มและภาวะแทรกซ้อน
- ฝึกทักษะใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การกิน อาบน้ำ แต่งตัว
- วางแผนปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย
กายภาพบำบัดถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว เพราะช่วยคงความสามารถด้านการเคลื่อนไหวได้นานที่สุด
สรุป: การดูแลผู้ป่วยโรคฮันติงตันต้องทำร่วมกันหลายสหสาขา
โรคฮันติงตันเป็นโรคทางสมองที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว อารมณ์ และสติปัญญาอย่างต่อเนื่อง การรักษาจึงต้องใช้ทีมสหวิชาชีพทั้งแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักจิตวิทยา และผู้ดูแล เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
หากคุณกำลังมองหาทีมฟื้นฟูผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทที่เข้าใจโรคฮันติงตันอย่างลึกซึ้ง ReBRAIN พร้อมดูแลโดยทีมนักกายภาพบำบัดเฉพาะทางโรคหลอดเลือดสมองและโรคสมองเสื่อม ช่วยประเมิน วางแผนการรักษา และทำกายภาพบำบัดที่บ้าน ครอบคลุมกรุงเทพ–ปริมณฑล เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และครอบครัวเลือกบริการที่เหมาะกับอาการและความพร้อมของผู้ป่วยมากที่สุด ReBRAIN จึงพัฒนาระบบการดูแล 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ
- ReBRAIN at Home กายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมอง รักษาที่บ้าน
- ReBRAIN Clinic คลินิกฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (วิภาวดี 60)
- Golden Time ศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (พักค้าง 24 ชั่วโมง)
เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง
แหล่งอ้างอิง
1. Bates G.P. History of genetic disease: the molecular genetics of Huntington disease – a history. Nat Rev Genet. 2005; 6(10):766-73.
2. Jones L, Hughes A. Pathogenic mechanisms in Huntington’s disease. Int Rev Neurobiol. 2011; 98:373-418. 3. Young AB. Huntingtin in health and disease. J Clin Invest. 2003;111(3):299-302.