
เมื่อผู้สูงอายุเข้าสู่สภาวะ “ติดเตียง” การดูแลที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงแค่เรื่องโภชนาการหรือความสะอาดเท่านั้น แต่คือการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะ “แผลกดทับ” ที่เกิดจากการขาดเลือดไปเลี้ยงผิวหนังเป็นเวลานาน และ “ปอดติดเชื้อ” ที่เกิดจากการนอนนิ่งจนเสมหะค้างค้างในปอด การทำกายภาพบำบัดเบื้องต้นจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษาช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อและช่วยระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ทำไมผู้สูงอายุติดเตียงถึงเสี่ยงต่อปอดติดเชื้อและแผลกดทับ?
ตามหลักเวชศาสตร์ฟื้นฟู การที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานานจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการขยายตัวของปอดลดลง การขับเสมหะทำได้ยากขึ้นจนกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ในขณะเดียวกัน น้ำหนักตัวที่กดทับลงบนจุดรับน้ำหนักเดิมๆ เช่น ก้นกบ หรือส้นเท้า จะทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดจนเกิดเป็นแผลพุพองและอักเสบติดเชื้อได้ การใช้กิจกรรมบำบัดและกายภาพบำบัดเข้ามาช่วย จึงเป็นวิธีเชิงรุกที่ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5 ท่ากายภาพบำบัดเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุติดเตียง
สำหรับผู้ดูแล สามารถช่วยทำกายภาพบำบัดแบบ Passive Exercise หรือการช่วยเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ผู้สูงอายุได้ ดังนี้
1. ท่าขยายปอดและฝึกหายใจ (Breathing Exercise)
ให้ผู้สูงอายุหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกให้ท้องป่อง และค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากยาวๆ ท่านี้ช่วยเพิ่มปริมาตรอากาศในปอดและช่วยให้เสมหะเคลื่อนตัวออกมาได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงปอดอักเสบ
2. ท่าบริหารข้อไหล่และแขน
ช่วยผู้สูงอายุยกแขนขึ้นเหนือศีรษะและกางแขนออกด้านข้างทีละข้าง ท่านี้ช่วยป้องกันข้อไหล่ติด และช่วยให้กล้ามเนื้อทรวงอกขยายตัวได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อระบบทางเดินหายใจ
3. ท่าขยับข้อศอกและข้อมือ
การงอและเหยียดข้อศอก รวมถึงการหมุนข้อมือเบาๆ จะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตที่ส่วนปลายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการบวมของมือและแขนจากการไม่ได้เคลื่อนไหว
4. ท่าบริหารข้อสะโพกและเข่า (Passive Hip & Knee Flexion)
ค่อยๆ ช้อนใต้ข้อพับเข่าและส้นเท้าของผู้สูงอายุ งอเข่าเข้าหาลำตัวแล้วเหยียดออก ท่านี้สำคัญมากในการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ขา ป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน และลดแรงกดทับบริเวณสะโพก
5. ท่ากระดกข้อเท้า (Ankle Pumping)
ช่วยกระดกข้อเท้าขึ้น-ลงสลับกัน ท่านี้จะทำหน้าที่เป็น “ปั๊ม” ช่วยส่งเลือดดำกลับเข้าสู่หัวใจได้ดีขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแผลกดทับบริเวณส้นเท้าได้โดยตรง
การปรับเปลี่ยนท่านอน: กุญแจสำคัญที่ห้ามละเลย
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การพลิกตะแคงตัวผู้สูงอายุทุกๆ 2 ชั่วโมงคือมาตรฐานสำคัญในการป้องกันแผลกดทับ โดยควรใช้หมอนรองตามจุดข้อพับและแนวกระดูก เพื่อกระจายน้ำหนักและลดความอับชื้น รวมถึงการใช้ที่นอนลมเพื่อช่วยกระจายแรงกดทับอีกแรงหนึ่ง
ReBRAIN ทีมกายภาพบำบัดและศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุที่คุณไว้วางใจ
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุติดเตียงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ReBRAIN พร้อมให้บริการโดยทีมกายภาพบำบัดและศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke เฉพาะทาง เราเข้าใจดีว่าการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุติดเตียงต้องการความละเอียดอ่อนและเทคนิคที่ถูกต้อง เรามีโปรแกรมกายภาพบำบัดที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อเน้นการฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมระบบทางเดินหายใจให้แข็งแรง
ด้วยประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ReBRAIN มุ่งมั่นที่จะให้การรักษาที่มีมาตรฐาน เพื่อให้คนที่คุณรักสามารถกลับมาขยับร่างกายได้มากขึ้นและลดความกังวลเรื่องแผลกดทับและปอดติดเชื้อได้อย่างยั่งยืน
เพื่อให้การเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าสำหรับทุกครอบครัว ให้ ReBRAIN เป็นเพื่อนร่วมทางในการกู้คืนสมรรถภาพของคนที่คุณรักให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ดูแลด้วย 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ
- ReBRAIN at Home กายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมอง รักษาที่บ้าน
- ReBRAIN Clinic คลินิกฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (วิภาวดี 60)
- Golden Time ศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (พักค้าง 24 ชั่วโมง)
เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง
ต้องการปรึกษาแผนฟื้นฟูหรือประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยสโตรก สามารถทักแชทสอบถามทีม ReBRAIN ได้ทันที!