รวมท่ากายภาพ stroke พื้นฐานที่ญาติสามารถช่วยผู้ป่วยฝึกเองได้ที่บ้านเพื่อป้องกันข้อติด

รวมท่ากายภาพ stroke พื้นฐานที่ญาติสามารถช่วยผู้ป่วยฝึกเองได้ที่บ้านเพื่อป้องกันข้อติด

การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหลังจากออกจากโรงพยาบาล สิ่งที่ครอบครัวมักจะพบเจอคืออาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ และภาวะข้อต่อยึดติด ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่ได้เคลื่อนไหวแขนขาเป็นเวลานาน ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดทรมาน แต่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การฟื้นตัวทำได้ช้าลง การฝึกทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอทุกวันที่บ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ญาติสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อช่วยเปลี่ยนเตียงนอนให้เป็นพื้นที่แห่งการฟื้นฟู

ต่อไปนี้คือแนวทางและทักษะกายภาพบำบัดพื้นฐานที่ปลอดภัย ซึ่งคัดเลือกมาแล้วว่าญาติสามารถช่วยผู้ป่วยฝึกเองได้ง่ายๆ ที่บ้านเพื่อรักษาสภาพข้อต่อและกล้ามเนื้อให้อ่อนนุ่มพร้อมสำหรับการฝึกฝนในขั้นต่อไป

3 ท่ากายภาพพื้นฐานป้องกันข้อติดสำหรับผู้ป่วยสโตรก

ก่อนเริ่มฝึกทุกครั้ง ญาติควรจัดท่าทางของผู้ป่วยให้อยู่ในท่าที่สบาย ไม่เกร็ง และควรขยับข้อต่อของผู้ป่วยอย่างช้าๆ นุ่มนวล ไม่หักโหมหรือดัดรุนแรงจนผู้ป่วยรู้สึกเจ็บ

บริเวณข้อต่อ วิธีการฝึกทางกายภาพ จำนวนครั้งที่แนะนำ
1. ข้อไหล่และแขน ประสานมือยกขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ 10-15 ครั้ง / 3 รอบต่อวัน
2. ข้อมือและนิ้วมือ กางข้อนิ้วและกระดกข้อมือขึ้นลง 15-20 ครั้ง / 3 รอบต่อวัน
3. ข้อสะโพกและเข่า ชันเข่าขึ้นแล้วกางสะโพกออกด้านข้าง 10-15 ครั้ง / 3 รอบต่อวัน

1. ท่าบริหารข้อไหล่และแขนซีกอ่อนแรง

ให้ผู้ป่วยนอนหงาย จากนั้นญาติใช้มือข้างหนึ่งจับที่ข้อมือของผู้ป่วย และอีกข้างประคองใต้ข้อศอก ค่อยๆ ยกแขนของผู้ป่วยขึ้นด้านบนตรงๆ ไปทางเหนือศีรษะจนรู้สึกตึง (ไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บ) แล้วค้างไว้ประมาณห้าถึงสิบวินาที จากนั้นจึงนำแขนลงกลับสู่ท่าเดิม ท่านี้จะช่วยป้องกันข้อไหล่ติดและลดอาการปวดไหล่ในผู้ป่วยอัมพฤกษ์ได้ดีมาก

2. ท่าบริหารข้อมือและนิ้วมือป้องกันนิ้วจิกเกร็ง

ผู้ป่วยสโตรกมักมีอาการนิ้วมือเกร็งงอเข้าหาฝ่ามือจนไม่สามารถแบมือได้ วิธีฝึกคือให้ญาติประคองข้อมือของผู้ป่วยให้อยู่ในแนวตรง จากนั้นค่อยๆ ใช้ฝ่ามือของเราคลี่นิ้วมือของผู้ป่วยออกทีละนิ้วอย่างนุ่มนวล จนกระทั่งสามารถเหยียดตรงและกางนิ้วออกได้ทั้งหมด นวดคลึงเบาๆ บริเวณโคนนิ้วเพื่อลดแรงต้าน

3. ท่าบริหารสะโพกและข้อเข่าเตรียมความพร้อมการเดิน

ให้ผู้ป่วยนอนหงายและชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น หากขาซีกที่อ่อนแรงไม่มีกำลังลุกขึ้นเอง ให้ญาติช่วยพยุงข้อเข่าและฝ่ามือประคองที่ส้นเท้าดันขึ้นมา จากนั้นให้ผู้ป่วยพยายามกางเข่าออกด้านข้างช้าๆ แล้วหุบเข้าหากัน ท่านี้จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทรงตัวในท่ายืนและการก้าวเดิน

ข้อควรระวังสำคัญที่ญาติห้ามมองข้ามเด็ดขาด

  • สังเกตสัญญาณความเจ็บปวด: หากผู้ป่วยแสดงสีหน้าเจ็บปวดหรือร้องเตือน ให้หยุดการขยับข้อต่อนั้นทันที เพราะอาจเกิดการบาดเจ็บของเส้นเอ็นได้
  • ระวังข้อไหล่หลุด: แขนข้างที่อ่อนแรงมักจะมีกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ที่หย่อนตัว การดึงหรือกระชากแขนผู้ป่วยแรงๆ อาจทำให้ข้อไหล่เคลื่อนหลุดได้ง่าย
  • ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความแรง: การทำกายภาพบำบัดด้วยแรงที่พอดีแต่ทำเป็นประจำทุกวัน เช้า-เย็น จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยกว่าการหักโหมทำรุนแรงเพียงวันเดียว

การฝึกฝนทักษะพื้นฐานเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการประคับประคองสภาพร่างกายไม่ให้แย่ลงในระหว่างที่อยู่บ้าน อย่างไรก็ตาม การจะเปิดสวิตช์สมองให้กลับมาสั่งการแขนขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนรักษาร่วมกับการบำบัดเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งคุณสามารถศึกษาแนวทางการรักษาแบบองค์รวมได้ที่หน้า กายภาพ stroke คัมภีร์ฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมองให้กลับมาเคลื่อนไหว เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการฟื้นตัวของสมองในระยะยาว

นอกจากนี้ หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการเกร็งตัวรุนแรงจนญาติไม่สามารถดัดมือหรือขยับแขนขาได้ด้วยแรงปกติ การพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ยุคใหม่ก็เป็นทางออกที่ช่วยลดภาระของญาติและเพิ่มความสุขให้ผู้ป่วยได้ โดยสามารถเปิดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ กายภาพ stroke ด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ฝึกมือ (Robot Hand) และเครื่องกระตุ้นสมอง TMS ที่ ReBRAIN เพื่อดูว่านวัตกรรมสมัยใหม่จะเข้ามาช่วยทลายขีดจำกัดของการฝึกด้วยมือเปล่าได้อย่างไรบ้าง

เพื่อให้การเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าสำหรับทุกครอบครัว ให้ ReBRAIN เป็นเพื่อนร่วมทางในการกู้คืนสมรรถภาพของคนที่คุณรักให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ดูแลด้วย 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ

เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง

ต้องการปรึกษาแผนฟื้นฟูหรือประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยสโตรก สามารถทักแชทสอบถามทีม ReBRAIN ได้ทันที!

Scroll to Top