การตรวจประเมินคุณภาพ การเคลื่อนไหว (Quality of Movement, QOM)

การเคลื่อนไหวที่ “ทำได้” อาจไม่เท่ากับ “ทำได้ดี” ในทางคลินิกและการฟื้นฟูสมรรถภาพการตรวจประเมินคุณภาพการเคลื่อนไหว (Quality of Movement: QOM) จึงเป็นกระบวนการวิเคราะห์เชิงลึกที่ ReBRAIN ให้ความสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง และปลอดภัยที่สุด

QOM คืออะไร? ทำไมจึงสำคัญกว่าแค่การขยับร่างกาย

Quality of Movement (QOM) คือความสามารถในการควบคุมร่างกายให้เคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น แม่นยำ และประสานงานกันอย่างลงตัว โดยไม่ได้มองเพียงแค่ “องศาการเคลื่อนไหว (Range of Motion)” หรือ “พละกำลัง (Strength)” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการควบคุมระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Control) เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวทดแทนที่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บเรื้อรัง

6 องค์ประกอบหลักของ Quality of Movement (QOM)

เพื่อให้การประเมินมีประสิทธิภาพ ผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์ผ่านองค์ประกอบดังนี้

  1. การควบคุมการเคลื่อนไหว (Motor Control): ความสามารถของสมองในการสั่งการกล้ามเนื้อให้ทำงานประสานกันอย่างนุ่มนวล
  2. ท่าทางและการจัดตำแหน่ง (Posture and Alignment): การวางตำแหน่งข้อต่อที่เหมาะสมเพื่อลดแรงเครียด (Stress) ที่ไม่จำเป็น
  3. ความสมดุลและการประสานงาน (Balance and Coordination): การรักษาจุดศูนย์ถ่วงและการทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อหลายกลุ่ม
  4. ความยืดหยุ่นและช่วงการเคลื่อนไหว (Flexibility & ROM): ความสามารถในการขยับข้อต่อได้เต็มขอบเขตโดยไม่มีแรงต้านที่ผิดปกติ
  5. ความแข็งแรงและพละกำลัง (Strength and Power): แรงส่งที่เพียงพอเพื่อป้องกันการ “เคลื่อนไหวชดเชย” (Compensatory Movement)
  6. การรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย (Proprioception): สัญชาตญาณของระบบประสาทที่รู้ว่าอวัยวะต่างๆ อยู่ที่จุดใดโดยไม่ต้องมอง

เกณฑ์การให้คะแนนและระดับคุณภาพการเคลื่อนไหว (QOM Grading)

ในการประเมินทางกายภาพบำบัด เราจะแบ่งระดับคุณภาพออกเป็น 5 ระดับ (Grades) โดยพิจารณาจากความราบเรียบ ความแม่นยำ และการเคลื่อนไหวทดแทน

Grade นิยาม (Definition) ลักษณะที่ปรากฏ
Normal ปกติสมบูรณ์ เคลื่อนไหวเต็มช่วง ราบเรียบ แม่นยำ ไม่มีการเคลื่อนไหวทดแทน
Good ดี เคลื่อนไหวเต็มช่วง แต่ขาดความราบเรียบ/แม่นยำเล็กน้อย ไม่มีการเคลื่อนไหวทดแทน
Fair พอใช้ เคลื่อนไหวเต็มช่วง แต่ไม่ราบเรียบ และ พบการเคลื่อนไหวทดแทนชัดเจน
Poor ควรปรับปรุง เคลื่อนไหว ไม่เต็มช่วง และพบการเคลื่อนไหวทดแทน
Zero ไม่มีแรง ไม่พบการเคลื่อนไหวหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อเลย

รูปแบบการทดสอบ QOM ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย

การประเมินจะครอบคลุมตั้งแต่ส่วนบนไปจนถึงส่วนล่างเพื่อให้เห็นภาพรวมของร่างกาย

1. ส่วนแขนและสะบัก (Upper Extremity)

เน้นการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ สะบัก และศอก เช่น การเอื้อมแขน (Scapular Protraction), การยกแขนขึ้นลงในระนาบต่างๆ ทั้งในขณะศอกเหยียดและศอกงอ

2. ส่วนขาและสะโพก (Lower Extremity)

ประเมินความมั่นคงและการทำงานของข้อต่อที่รับน้ำหนัก เช่น การงอเข่าเข้าหาลำตัว (Hip Flexion), การชันเข่ายกสะโพก (Bridge/Hip Extension) เพื่อดูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางและสะโพก

3. มือและนิ้วมือ (Hand and Finger)

ประเมินความละเอียดของการเคลื่อนไหว (Fine Motor) เช่น การกระดกข้อมือ (Wrist Extension), การกำและแบมือ (Grasp and Release) และการใช้นิ้วหัวแม่มือแตะปลายนิ้วอื่นๆ (Opposition)

4. ลำตัวและแกนกลาง (Abdominal/Trunk)

ทดสอบด้วยท่า Trunk Flexion (การงอตัว) ใน 3 ลักษณะ

  • นอนหงายชันเข่าแล้วยกศีรษะขึ้นตรงๆ
  • บิดเข่าไปทางซ้ายแล้วยกศีรษะ (ประเมินกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง)
  • บิดเข่าไปทางขวาแล้วยกศีรษะ

สรุป: ทำไมคุณควรเข้ารับการตรวจ QOM ที่ ReBRAIN

การตรวจประเมิน QOM ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกาย การเข้าใจ “คุณภาพ” ของการเคลื่อนไหวจะช่วยให้เราวางแผนการรักษาและการฝึกฝนได้อย่างตรงจุด ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ และช่วยให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและมั่นใจอีกครั้ง

เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และครอบครัวเลือกบริการที่เหมาะกับอาการและความพร้อมของผู้ป่วยมากที่สุด ReBRAIN จึงพัฒนาระบบการดูแล 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ


เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง

ทิศทางการเคลื่อนไหวที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วย

  1. QOM of Upper Extremity

1.1) Scapular protraction (เอื้อมแขนขึ้นหาเพดาน)
1.2) Shoulder flexion/Extension with elbow Straight (ยกแขนขึ้นลงศอกเหยียดตรง)
1.3) Shoulder Adduction/abduction with elbow straight (หุบแขน กางแขนศอกเหยียดตรง)
1.4) Shoulder flexion/extension with elbow flexion (มือจับไหล่ตรงข้ามยกศอกขึ้นลง)
1.5) Shoulder Adduction/abduction with elbow flexion (มือจับหน้าผากหุบแขน กางแขน)
1.6) Elbow Extension/flexion (มือวางหน้าผากเหยียดศอกขึ้นตรง และวางลงที่เดิม)
1.7) Forearm pronation/supination (คว่ำหงายมือโดยหมุนแขนท่อนล่าง)

  1. QOM of Lower Extremity

2.1) Hip flexion with knee flexion (งอเข่างอสะโพกเข้าหาลำตัวโดยฝ่าเท้าสัมผัสพื้นตลอดในท่านอน)
2.2) Hip flexion with knee extension (ยกขาขึ้นในขณะที่เข่าเหยียดตรง)
2.3) Hip extension (ชันเข่าที่ต้องการทดสอบออกแรงกดที่ฝ่าเท้าร่วมกับยกสะโพกขึ้น)
2.4) Hip extension (inner range) (ลำตัวทำมุมเฉียงกับเตียงขาข้างที่ทดสอบยื่นออกมาขอบเตียง สะโพกงอเล็กน้อย ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นตลอดออกแรงกดที่ฝ่าเท้าร่วมกับยกสะโพกขึ้น)
2.5) Hip adduction/abduction (ชันเข่าขาข้างที่ทดสอบหุบขาเข้าหาลำตัวและกางออก)
2.6) Knee extension/flexion (ขาท่อนล่างวางพ้นขอบเตียง ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นแล้วเหยียดเข่าตรงและงอเข่า)
2.7) Ankle dorsiflexion (ชันเข่าแล้วกระดกข้อเท้าขึ้น)

  1. QOM of Hand and Finger

3.1) Wrist extension (จัดศอก 90 องศาแขนแนบลำตัวแล้วกระดกข้อมือออกนอกลำตัวและเข้าหาลำตัว)
3.2) Wrist radial deviation (จัดศอก 90 องศาแขนแนบลำตัวแล้วกระดกข้อมือร่วมกับเบี่ยงข้อมือไปด้านนิ้วโป้ง)
3.3) Grasp and release (จัดศอก 90 องศาแขนแนบลำตัวแล้วกำมือแบมือ)
3.4) Finger opposition (จัดศอก 90 องศาแขนแนบลำตัวแล้วใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือไปแตะกับปลายนิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย)

  1. QOM of abdominal

4.1) Trunk flexion

มีการตรวจ 3 ท่า

  1. นอนหงายชันเข่า 2 ข้าง แล้วยกศีรษะขึ้นให้พ้นเตียง
  2. นอนหงายชันเข่า 2 ข้าง แล้วหมุนเข่าทั้ง 2 ข้างไปทางด้านซ้ายให้สัมผัสเตียงแล้วยกศีรษะให้พ้นเตียง
  3. นอนหงายชันเข่า 2 ข้าง แล้วหมุนเข่าทั้ง 2 ข้างไปทางด้านขวาให้สัมผัสเตียงแล้วยกศีรษะให้พ้นเตียง

การประเมิน QOM ครอบคลุมหลายองค์ประกอบสำคัญเช่น การควบคุมการเคลื่อนไหว ท่าทางและการจัดตำแหน่งร่างกาย ความสมดุล ความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย แต่ละองค์ประกอบมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเคลื่อนไหว การตรวจประเมิน QOM ช่วยให้เราสามารถเข้าใจรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การเคลื่อนไหวที่ปลอดภัยและเหมาะสมตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Barton, C. J., Lack, S.,(2013). Gluteal muscle activity and patellofemoral pain syndrome: A systematic review.” British Journal of Sports Medicine, 47(4), 207-214.
  2. Chuter,V. H., & Janse de Jonge,(2012).Proprioception, gait and falls in older adults: A systematic review and meta-analysis, Age and Ageing, 41(5), 584-590.
  3. Somnurk Songwanit, Physical therapy management in neurological patients,(2022),74-83.

อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่

FACEBOOK :: ReBRAIN

Scroll to Top