การประเมินและแนวทางการฝึกทางกายภาพ ใน Neglect syndrome
โรคหลอดเลือดสมองสามารถพบได้บ่อยในประเทศไทย โดยอุบัติการณ์การเกิดโรคยังคงมีแนวโน้มสูงมากขึ้น ทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความพิการ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตได้ รวมถึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในทักษะด้านต่างๆ เช่น ด้านร่างกาย ด้านความรู้ความเข้าใจ ด้านอารมณ์และการเข้าสังคม ในบางรายอาจมีภาวะละเลยร่างกายข้างอ่อนแรง (Unilateral Neglect หรือ Neglectsyndrome) ร่วมด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความบกพร่องที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยที่พบได้บ่อย
ภาวะละเลยร่างกายข้างอ่อนแรงครึ่งซีก (Neglectsyndrome) คือการสูญเสียความสามารถในการรับรู้ร่างกายซีกใดซีกหนึ่ง มักพบในผู้ที่มีการบาดเจ็บของสมองส่วนกลีบข้าง (Parietal lobe) ด้านขวา ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการอัมพาตในร่างกายซีกซ้าย ผู้ป่วยจะแสดงอาการเพิกเฉย ไม่สนใจร่างกายด้านที่อ่อนแรง มักหันมองและใช้งานร่างกายด้านที่แข็งแรงกว่าเหมือนไม่มีร่างกายอีกด้านอยู่เลย ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันต่างๆ เช่น การหวีผม การโกนหนวด อาบน้ำและแปรงฟัน ในด้านความปลอดภัย อาจเดินชนสิ่งกีดขวางเนื่องจากผู้ป่วยจะไม่สนใจสิ่งแวดล้อมด้านที่อ่อนแรง เป็นต้น แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครมีภาวะละเลยร่างกายข้างอ่อนแรง และแนวทางการรักษามีวิธีการใดบ้าง ดังนั้นจึงต้องมีแบบประเมินและแนวทางการฝึกทางกายภาพเพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ง่ายขึ้น
แบบประเมินที่ใช้ตรวจภาวะละเลยร่างกายข้างอ่อนแรงมีหลายแบบประเมิน โดยตรวจสอบจากการสังเกตุ ซึ่งแบบประเมินที่นิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เช่น Line bisection test ทดสอบโดยผู้ทดสอบลากเส้นตรงหนึ่งเส้นเตรียมไว้ และให้ผู้ถูกทดสอบขีดแบ่งจุดกึ่งกลางเส้น หากผู้ป่วยมีภาวะละเลยร่างกายข้างอ่อนแรง จะแบ่งจุดกึ่งกลางเบ้ไปจากแนวกลาง ควรทำแบบทดสอบนี้หลายรอบเพื่อความแม่นยำของการทดสอบ อีกหนึ่งการทดสอบคือ Copying and drawing test ประเมินโดยให้วาดรูปง่ายๆ เช่นดอกไม้ นาฬิกา หน้าคน โดยผู้ป่วยจะวาดภาพได้เพียงครึ่งเดียว หรือมีรูปทรงบิดเบี้ยวทางใดทางหนึ่ง และอีกการทดสอบคือ Star cancellation test ทดสอบโดยให้ขีดคาดดาวที่มีกระจายอยู่ในกระดาษให้ครบทุกดวง คะแนนสูงสุดคือ 54 คะแนน หากได้คะแนนน้อยกว่า 44 คะแนน ถือว่ามีภาวะละเลยร่างกายข้างอ่อนแรง เป็นต้น
แนวทางการรักษาทางกายภาพมีหลากหลายรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นผ่านระบบการรับความรู้สึกประเภทต่างๆ ร่วมกับการออกกำลังกายกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวในด้านที่อ่อนแรง เช่น
- กระตุ้นการรับความรู้สึกร่างกายด้านอ่อนแรง โดยอาจใช้ผ้าขนหนู ฟองน้ำ หรือแปรงขนนุ่มลูบบริเวณผิวหนัง หยิบจับวัตถุที่มีผิวสัมผัส ขนาด หรือน้ำหนักที่แตกต่างกัน
- Constraint – Induced Movement Therapy (CIMT) เป็นการจำกัดการเคลื่อนไหวในด้านแข็งแรง เพื่อกระตุ้นใช้งานข้างอ่อนแรง โดยสามารถหาผ้ามาพันแขนและมือข้างแข็งแรงไว้ เมื่อมีสิ่งเร้าหรือกิจกรรมที่ยากขึ้น จะยิ่งกระตุ้นการทำงานของข้างอ่อนแรงได้มากขึ้น
- Visual and spatial scanning เป็นการฝึกการกวาดสายตา โดยมองจากสุดสายตาข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง
- การจัดสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการใช้งานแขนด้านอ่อนแรง เช่น จัดตำแหน่งของเตียงให้สามารถเข้าถึงด้านอ่อนแรงได้ง่าย ให้ญาติหรือผู้ดูแลกระตุ้นผ่านเสียงหรือสัมผัสในด้านอ่อนแรง รวมถึงการจัดให้ศีรษะหันมาด้านอ่อนแรง เป็นต้น
- การรักษาด้วยวิธีอื่อนๆ เช่น การสังเกตการกระทำของด้านแข็งแรง หรือการฝึกด้วยกระจกเงา หรือสามารถนำแบบประเมินที่กล่าวไปข้างต้นมาใช้ในการฝึกร่วมด้วยได้
ภาวะละเลยร่างกายด้านอ่อนแรงเป็นอีกหนึ่งข้อบกพร่องทางร่างกายที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากเป็นโรคหลอดเลือดสมอง นักกายภาพควรประเมินได้ว่าผู้ป่วยมีภาวะนี้ร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อหาแนวทางการรักษาและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน รวมถึงการให้คำแนะนำและวิธีการดูแลเบื้องต้นให้แก่ญาติ หรือผู้ดูแลได้ ซึ่งจะส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ง่ายขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กีรติ อ้นมั่น. การละเลยส่วนของร่างกายด้านที่เป็นอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2568, จาก https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/knowledge-article/1664/
เมธาพร มั่นคง. ภาวะเพิกเฉยร่างกายครึ่งซีก. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2568, จาก https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/knowledge-article/ภาวะเพิกเฉยร่างกายครึ่/
สมศักดิ์ เทียมเท่า. 2565. อุบัติการณ์โรคหลอดเลือดสมองประเทศไทย. 39(1):46.
Sang-Hyeok L. et al. 2022. Assessment tools for differential diagnosis of neglect: Focusing on egocentric neglect and allocentric neglect.