ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค หลอดเลือดสมอง
โรค หลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่พบบ่อยเป็นอันดับสองรองจากโรคหัวใจ สามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เมื่อเกิดโรคแล้วจะก่อให้เกิดอาการต่างๆ ทางระบบประสาทซึ่งเป็นโรคที่มีความผิดปกติของหลอดเลือดสมองที่อาจเป็นได้ทั้งหลอดเลือดสมองตีบ (ischemic stroke) หรือหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke) ส่วนมากผู้ป่วยจะมีความผิดปกติของระบบประสาทเกิดขึ้นทันทีทันใด เมื่อมีการอุดตันหรือมีการแตกของหลอดเลือดสมอง เรามาดูกันว่าโรคหลอดเลือดสมองมีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง และจะสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างไร
จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมอง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยด้านพฤติกรรมสุขภาพ ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่- เพศ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่เป็นเพศชายมี ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าเพศหญิง ถึง 2.2 เท่า และพบว่าในกลุ่มประชาชนทั่วไป ในเพศชายจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าเพศหญิง เป็น 1.67 เท่า
- อายุ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุดโดยเป็นปัจจัย เสี่ยงทั้งภาวะโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน และโรคหลอดเลือดสมองแตก โดยพบว่าเมื่ออายุเพิ่มสูงขึ้น อุบัติการณ์ของโรคหลอดเลือดสมองก็จะเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่าผู้ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 55 ปีมีความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มที่มีอายุน้อย 55 ปี เป็น 2.94 เท่า และส่วนใหญ่พบในช่วงอายุระหว่าง 55-85 ปี แต่โรคหลอดเลือดสมองยังสามารถเกิดขึ้นได้ในวัยเด็กและวัยรุ่น ซึ่งพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ตั้งแต่ทารกหลังคลอดสัปดาห์แรก
- โรคเบาหวาน จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองตั้งแต่ 1.6 ถึง 6 เท่า เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวาน มักมีไขมันในเลือดสูง ซึ่งไปเกาะตามผนังหลอดเลือดร่วมกับ ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เลือดมีความหนืดและเกิดการอุดตันของหลอดเลือดสมองได้
- ภาวะไขมันในเลือดสูง จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โดยในผู้ที่มีระดับไขมัน Low Density Lipoprotein (LDL) สูงกว่าปกติจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว (Atherosclerosis) ของหลอดเลือดแดง Carotid และภาวะไขมันในเลือดสูงที่สะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด จะทำให้กีดขวางการลำเลียงเลือด ส่งผลให้เกิดการตีบตันของหลอดเลือดแดง หรือก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้
- ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial fibrillation) ทั้งภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วที่มีลิ้นหัวใจผิดปกติ(Valvular atrial fibrillation) และหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วที่ไม่มีลิ้นหัวใจผิดปกติ (Non valvular atrial fibrillation) เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง เป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ
- โรคอ้วน ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์ มักจะมีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองมากกว่ากลุ่มที่มีค่าดัชนีมวลกายปกติถึง 3.24 เท่า และพบว่าในผู้ชายที่อ้วนแบบลงพุง โดยมีสัดส่วนระหว่างรอบเอวกับรอบสะโพกมากกว่าปกติ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนที่มีสัดส่วนปกติในกลุ่มอายุเดียวกัน
- ระดับความดันโลหิต กลุ่มที่มีความดันโลหิตค่าล่าง (diastolic) มากกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท และความดันโลหิต ค่าบนมากกว่า 160 มิลลิเมตรปรอทจะมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น เนื่องจากระดับความดันโลหิตสูง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
- การมีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ที่มีพ่อแม่/ พี่น้องที่เป็นญาติสายตรง มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อนจะมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเป็น โรคหลอดเลือดสมอง
- การออกกำลังกาย ในกลุ่มที่ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ มีความเสียงต่อการเกิดโรค หลอดเลือดสมองมากกว่ากลุ่มอื่น 17.8 เท่า การขาดการออกกำลังกายจะเป็นปัจจัยทำให้ผู้ป่วยมีโรคอ้วนและเกิดความเครียด ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้และ พบว่าการออกกาลังกายสม่ำเสมอจะมีผลให้ระดับไขมัน Low Density Lipoprotein (LDL) ลดลงและไขมัน High Density Lipoprotein (HDL) เพิ่มขึ้นทำให้หลอดเลือดแดงไม่เกิดการแข็งตัวช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้
- พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากอาหารรสเค็มมีโซเดียมสูงทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งมีคอเลสตอรอลเป็นองค์ประกอบจะเพิ่ม ความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้
- การดื่มสุรา การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งภาวะเลือดออกในสมองและภาวะเนื้อสมองขาดเลือด เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้เกิดการเต้นของหัวใจผิดปกติและโรคกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งเป็น ปัจจัยกระตุ้นในการเกิดเส้นเลือดอุดตันในหลอดเลือดสมอง
- การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นประจำเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่สำคัญต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจากการสูบบุหรี่จะมีผลต่อการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดการแข็งตัวของเลือด มีผลต่อการทำลายเซลล์บุผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดสมองตีบได้ง่าย
- ReBRAIN at Home กายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมอง รักษาที่บ้าน
- ReBRAIN Clinic คลินิกฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (วิภาวดี 60)
- Golden Time ศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (พักค้าง 24 ชั่วโมง)
เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง
ต้องการปรึกษาแผนฟื้นฟูหรือประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยสโตรก สามารถทักแชทสอบถามทีม ReBRAIN ได้ทันที!