
โรคหลอดเลือดสมอง หรือที่รู้จักกันในชื่อStrokeเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง หรือเกิดภาวะหลอดเลือดสมองแตก ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร นำไปสู่ความเสียหายของสมองอย่างรวดเร็ว
ความเสียหายนี้สามารถนำไปสู่ความพิการถาวรหรือร้ายแรงถึงชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น การรู้เท่าทันและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนของStroke อย่างรวดเร็วจึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรงของโรค
สัญญาณเตือนStrokeที่ควรรู้: จดจำให้แม่นด้วยหลัก F.A.S.T.
หลักการ F.A.S.T. เป็นวิธีง่ายๆ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สำหรับการจดจำสัญญาณเตือนหลักของโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งช่วยให้ผู้คนสามารถประเมินอาการของตนเองและคนรอบข้างได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำส่งผู้ป่วยถึงโรงพยาบาลให้ทัน “นาทีทอง”
F – Face Drooping (ใบหน้าเบี้ยว)
สังเกตว่าใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งมีอาการอ่อนแรง มุมปากตก หรือยิ้มแล้วปากเบี้ยวหรือไม่ ลองให้ผู้สงสัยอาการยิ้มเต็มที่เพื่อสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น
A – Arm Weakness (แขนอ่อนแรง)
ให้ผู้สงสัยอาการลองยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกัน และค้างไว้ หากพบว่าแขนข้างใดข้างหนึ่งตกลงมาเอง หรือไม่สามารถยกขึ้นได้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจน
S – Speech Difficulty (พูดลำบาก)
สังเกตว่าการพูดของผู้ป่วยมีอาการลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด พูดติดขัด หรือไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำ หรือไม่เข้าใจคำพูดที่เราสื่อสารหรือไม่ ลองให้ผู้ป่วยพูดประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ซ้ำตาม
T – Time to call (ได้เวลาโทร)
หากพบอาการใดๆ ข้างต้น แม้จะเป็นเพียงอาการเดียวหรืออาการไม่ชัดเจน ให้รีบโทรศัพท์แจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน (เช่น 1669) ทันที การดำเนินการที่รวดเร็วคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการรักษาผู้ป่วย Stroke ให้ทันท่วงที
สัญญาณเตือนอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นร่วมกับStroke
นอกเหนือจากหลัก F.A.S.T. แล้ว ยังมีอาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วย ซึ่งบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นอาจกำลังเป็นผู้ป่วยสโตรก
1. อาการปวดศีรษะแบบกะทันหันและรุนแรง
อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อน และมักมีความรุนแรงมาก ถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ โดยเฉพาะในกรณีของหลอดเลือดสมองแตก (HemorrhagicStroke)
2. ปัญหาการมองเห็นแบบฉับพลัน
อาการตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็นในตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้างอย่างกะทันหัน
3. การสูญเสียการทรงตัว
มีอาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรง สูญเสียการทรงตัว เดินเซ หรือมีอาการโคลงเคลงอย่างฉับพลันและไม่ทราบสาเหตุ
4. อาการชาหรืออ่อนแรงของร่างกาย
อาการชาหรืออ่อนแรงที่เกิดขึ้นซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย ทั้งใบหน้า แขน หรือขา
ความสำคัญของ “นาทีทอง” และการฟื้นฟู
เมื่อเกิดอาการ Stroke สิ่งที่เรียกว่า “นาทีทอง” (Golden Hour) คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการนำผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytic drugs) ภายในเวลา 4.5 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ จะช่วยลดความเสียหายต่อสมองได้อย่างมาก
หลังจากพ้นระยะเฉียบพลันแล้ว กระบวนการฟื้นฟูผู้ป่วย stroke ถือเป็นสิ่งสำคัญลำดับต่อไป การฟื้นฟูที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติที่สุด โดยมักต้องอาศัยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และนักแก้ไขการพูดอย่างต่อเนื่อง
ReBRAIN: ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke ที่เน้นการฟื้นฟูสมอง
หากคุณกำลังมองหาศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ReBRAIN คือคำตอบ เราเป็นทีมกายภาพบำบัดและศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยStrokeที่เน้นการฟื้นฟูสมอง (Neuro-Rehabilitation) โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูการทำงานของสมองที่ได้รับความเสียหาย ช่วยให้ผู้ป่วยสโตรก สามารถกลับมาเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง