โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เกิดจากภาวะหลอดเลือดสมองตีบ แตก หรือตัน ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ซึ่งหลายคนสงสัยว่า “หลอดเลือดสมอง มีอะไรบ้าง?” และเมื่อเส้นเลือดแต่ละตำแหน่งเสียหาย จะมีอาการ Stroke แตกต่างกันอย่างไร บทความนี้สรุปทุกอย่างแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้คุณสังเกตอาการเบื้องต้นได้เร็วที่สุด
หลอดเลือดสมองทำหน้าที่อะไร?
หลอดเลือดสมองคือเส้นทางลำเลียงเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงสมอง ซึ่งสมองต้องใช้เลือดมากถึง 15% ของเลือดทั้งหมด เพื่อคงความสามารถในการคิด ความจำ การเคลื่อนไหว และการมองเห็น โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
- Carotid artery
- Vertebral artery
แต่ละเส้นจะแตกแขนงเลี้ยงสมองตำแหน่งต่างๆ ทำให้เมื่อเกิดการอุดตันหรือแตก จะมีอาการเฉพาะจุด
ประเภทของหลอดเลือดสมอง และอาการ Stroke ของแต่ละตำแหน่ง
1) Internal Carotid Artery (ICA)
เป็นเส้นเลือดหลักที่พาดจากคอสู่สมอง หากอุดตันแบบ “complete occlusion” จะกระทบทั้ง MCA และ ACA ทำให้สมองเสียหายวงกว้าง
อาการที่พบบ่อย
- อ่อนแรงครึ่งซีก
- การมองเห็นผิดปกติ
- พูดไม่ชัด สับสน
- มีความผิดปกติของการเดินและทรงตัว
2) Middle Cerebral Artery (MCA)
เส้นเลือดสมองที่เกิด Stroke บ่อยที่สุด
เลี้ยงส่วน: Frontal lobe, Parietal lobe
อาการ MCA Stroke ที่พบบ่อย
- ชาครึ่งซีกด้านตรงข้าม
- ใบหน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด
- แขนอ่อนแรงมากกว่าขา
- มีปัญหา “พูดหรือเข้าใจภาษา” (Aphasia)
- มองเห็นครึ่งซีก (Homonymous hemianopia)
3) Anterior Cerebral Artery (ACA)
เลี้ยงส่วน: สมองส่วนหน้าและด้านบน
อาการ ACA Stroke
- ขาอ่อนแรงมากกว่าแขน
- สูญเสียความรู้สึกบางส่วน
- ปัญหาด้านพฤติกรรม การตัดสินใจ
- กลั้นปัสสาวะลำบาก
- มีปัญหาด้านภาษาและความจำ
4) Posterior Cerebral Artery (PCA)
เลี้ยงส่วน: Occipital lobe, Temporal lobe, Thalamus
อาการ PCA Stroke
- มองเห็นครึ่งซีก
- cortical blindness
- ปวดแสบร้อน (Thalamic pain)
- visual agnosia (เห็นแต่ไม่เข้าใจว่าคืออะไร)
5) Vertebrobasilar Artery
เลี้ยง: ก้านสมองและสมองน้อย
อันตรายสูงมากเพราะควบคุมการหายใจ การเต้นหัวใจ และการทรงตัว
อาการที่พบ
- เห็นภาพซ้อน กลืนลำบาก พูดลำบาก
- เวียนศีรษะ เดินเซ ทรงตัวไม่ได้
- หูดับ หรือการได้ยินผิดปกติ
- ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน
ทำไมอาการ Stroke แต่ละตำแหน่งจึงต่างกัน?
เพราะสมองแต่ละส่วนรับผิดชอบการทำงานเฉพาะด้าน เช่น
- Frontal lobe → การเคลื่อนไหวและการตัดสินใจ
- Parietal lobe → ความรู้สึก
- Temporal lobe → ความจำ ภาษา
- Occipital lobe → การมองเห็น
- Brainstem → การหายใจ การกลืน การทรงตัว
ดังนั้น การวินิจฉัยว่าหลอดเลือดสมองตำแหน่งใดเสียหาย คือหัวใจสำคัญของการรักษาและการทำกายภาพบำบัดให้ถูกจุดและฟื้นตัวเร็วที่สุด
สรุป: สังเกตอาการ Stroke เร็ว = ลดความเสียหายได้จริง
หากมีอาการทันที เช่น
- ชา อ่อนแรงครึ่งซีก
- ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
- มองเห็นผิดปกติ
- เวียนศีรษะรุนแรง
ควรรีบพบแพทย์ภายใน Golden Period เพื่อเพิ่มโอกาสฟื้นตัว และลดความเสียหายถาวรของสมอง
หากต้องการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอย่างถูกต้องและเห็นผล ReBRAIN คือทีม “นักกายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมองเฉพาะทาง” ที่เชี่ยวชาญด้าน MCA Stroke, ACA Stroke, PCA Stroke และการฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตแบบเจาะจงตำแหน่งสมอง พร้อมดูแลที่บ้านอย่างปลอดภัย มีโปรแกรมเฉพาะทาง Golden Period Program เพื่อฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อน และกลับมาเดินได้ไวกว่าเดิม
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และครอบครัวเลือกบริการที่เหมาะกับอาการและความพร้อมของผู้ป่วยมากที่สุด ReBRAIN จึงพัฒนาระบบการดูแล 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ
- ReBRAIN at Home กายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมอง รักษาที่บ้าน
- ReBRAIN Clinic คลินิกฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (วิภาวดี 60)
- Golden Time ศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (พักค้าง 24 ชั่วโมง)
เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง
แหล่งอ้างอิง
1.Martin S, Kessler M. (2000) Neurologic intervention for physical therapist assistants. WB Saunders, Philadelphia, une http://www.neuroland.com/evd/stroke anat.htm)
2.เอกสารประกอบการสอนเรื่องพยาธิสภาพโรคหลอดเลือดสมอง มหาวิทยาลัยรังสิต