เมื่อไหล่และมือกลายเป็นข้อจำกัด Shoulder Hand syndrome หรือ Complex regional pian syndrome อุปสรรคเงียบในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
ภาวะ Shoulder Hand syndrome ในผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมอง มักเกิดขึ้นในระยะฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยมีลักษณะอาการสำคัญ ได้แก่ อาการปวดรุนแรง บวมของมือและแขน ข้อไหล่ติดแข็ง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและเนื้อเยื่อ กลไกการเกิดภาวะนี้ยังไม่ชัดเจน แต่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ การอักเสบจากเส้นประสาท และการจำกัดการเคลื่อนไหวของแขนขาหลังการเกิด Stroke ภาวะ Shoulder Hand syndrome ไม่เพียงทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่ยังขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพ ส่งผลต่อความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน และลดคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะข้อยึดติดและการสูญเสียการทำงานของแขนอย่างถาวร ดังนั้น การทำความเข้าใจลักษณะอาการ แนวทางการป้องกันและรักษา Shoulder Hand syndrome จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
Shoulder Hand syndrome คืออะไร?
Shoulder–hand syndrome เป็นภาวะปวดและผิดปกติของ ระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nervous system) และการอักเสบ (neurogenic inflammation) ที่เกิดขึ้นหลังจากการบาดเจ็บ การอัมพาต หรือหลังโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) โดยไม่มีหลักฐานของความเสียหายต่อเส้นประสาทใหญ่โดยตรง (จึงจัดเป็น CRPS type I)
• เกิดจากความผิดปกติของการส่งสัญญาณระหว่างระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย → ทำให้หลอดเลือด ผิวหนัง และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันตอบสนองผิดปกติ
• มีทั้งการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทซิมพาเทติก (sympathetic dysfunction) และ การอักเสบที่ประสาทควบคุม (neuroinflammation)
• ทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงเกินกว่าความรุนแรงของการบาดเจ็บเดิม (disproportionate pain) ร่วมกับความผิดปกติของการไหลเวียนเลือด การขยับข้อ และผิวหนัง
สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยง
• ภายหลัง โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) → พบได้บ่อย จึงเรียกว่า shoulder-hand syndrome
• การบาดเจ็บ เช่น กระดูกหัก เคล็ด ข้อไหล่หรือแขนขาดการเคลื่อนไหว
• การผ่าตัด โดยเฉพาะข้อมือ แขน ไหล่
• การบาดเจ็บเล็กน้อยที่มีผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ
• ปัจจัยเสี่ยง: เบาหวาน, การไม่ขยับแขนเป็นเวลานาน, การอักเสบของข้อไหล่
อาการ มักเกิดที่ ไหล่ → แขน → มือ (ตามชื่อ)
1. ระยะเริ่มต้น (acute stage, 0–3 เดือน)
• ปวดแสบร้อนมากผิดปกติ (burning pain)
• บวม (edema) โดยเฉพาะมือและนิ้ว
• ผิวหนังแดง อุ่น หรือบางครั้งซีดและเย็น
• ข้อติดแข็ง เริ่มกางแขนหรือยกไหล่ลำบาก
2. ระยะกลาง (dystrophic stage, 3–6 เดือน)
• บวมแข็ง ไม่กดบุ๋ม
• ผิวหนังเริ่มบาง มันวาว
• อุณหภูมิผิวไม่สม่ำเสมอ (เย็นลง)
• เคลื่อนไหวข้อจำกัดมากขึ้น
3. ระยะเรื้อรัง (atrophic stage, >6 เดือน)
• กล้ามเนื้อฝ่อลีบ (atrophy)
• กระดูกพรุนเฉพาะที่ (patchy osteoporosis, เห็นใน X-ray)
• มือและแขนขยับได้น้อยมาก (frozen shoulder, stiff hand)
วิธีการรักษา
การรักษาต้อง เริ่มเร็วที่สุด เพราะยิ่งช้า โอกาสฟื้นตัวน้อย
1. กายภาพบำบัด
• การบริหารขยับข้อต่อ (range of motion exercise)
• กระตุ้นไฟฟ้า ความร้อน/เย็น
• ป้องกันการยึดติดและข้อไหล่แข็ง
2. ยา
• ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
• ยากันชัก (gabapentin, pregabalin) หรือยากลุ่ม antidepressant (amitriptyline) → ลดอาการปวดเส้นประสาท
• Corticosteroid (ช่วงแรกๆ) → ลดการอักเสบและบวม
• Bisphosphonates → ลดการสลายกระดูก
• บางกรณีใช้ sympathetic block หรือยาชาเฉพาะที่
3. วิธีอื่น
• กายภาพร่วมกับ mirror therapy, graded motor imagery เพื่อปรับการทำงานของสมอง
• ในรายรุนแรง: spinal cord stimulation
วิธีการป้องกัน
การรักษาต้อง เริ่มเร็วที่สุด เพราะยิ่งช้า โอกาสฟื้นตัวน้อย
1. กายภาพบำบัด
• การบริหารขยับข้อต่อ (range of motion exercise)
• กระตุ้นไฟฟ้า ความร้อน/เย็น
• ป้องกันการยึดติดและข้อไหล่แข็ง
2. ยา
• ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
• ยากันชัก (gabapentin, pregabalin) หรือยากลุ่ม antidepressant (amitriptyline) → ลดอาการปวดเส้นประสาท
• Corticosteroid (ช่วงแรกๆ) → ลดการอักเสบและบวม
• Bisphosphonates → ลดการสลายกระดูก
• บางกรณีใช้ sympathetic block หรือยาชาเฉพาะที่
3. วิธีอื่น
• กายภาพร่วมกับ mirror therapy, graded motor imagery เพื่อปรับการทำงานของสมอง
• ในรายรุนแรง: spinal cord stimulation
Shoulder–hand syndrome (SHS) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ส่งผลให้เกิดอาการปวด บวม ข้อไหล่และมือขยับได้จำกัด รวมถึงความผิดปกติของผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อน ซึ่งภาวะเหล่านี้หากได้รับการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่ในระยะแรกและถูกวิธี อาจเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกทำกายภาพบำบัดได้อย่างเต็มที่และช่วยให้กลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติที่สุด
ดังนั้นการวินิจฉัยที่รวดเร็ว ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการลดความรุนแรงของภาวะ Shoulder hand syndrome หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่
086-3119699 หรือ Line official: @rebrain
อ้างอิง
1. Pertoldi S, Di Benedetto P. Shoulder–hand syndrome after stroke: a complex regional pain syndrome. Eura Medicophys. 2005;41(4):283-292.
2. Katsura Y, Ohga S, Shimo K, et al. Post-Stroke Complex Regional Pain Syndrome and Upper-Limb Inactivity: severer impairment of upper limb motor function is associated with CRPS in stroke. Frontiers in Neurology. 2022;13: etc.