Time Up and Go Test (TUG) คืออะไร? วิธีประเมินความเสี่ยงหกล้มในผู้สูงอายุ พร้อมเกณฑ์แปลผลที่ถูกต้อง

การหกล้มในผู้สูงอายุเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข เพราะอาจนำไปสู่กระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพก ภาวะสมองกระทบกระเทือน เลือดออกในสมอง ไปจนถึงความพิการถาวรหรือสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง การประเมินความเสี่ยงล้มตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หนึ่งในเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้ทั่วโลกคือ Time Up and Go Test (TUG) ซึ่งเป็นแบบทดสอบง่าย ๆ ใช้เวลาไม่นาน แต่มีความแม่นยำในการคัดกรองความเสี่ยงการหกล้ม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาการทรงตัว บทความนี้สรุปแบบเข้าใจง่าย ครบทั้งขั้นตอนการทำ TUG วิธีแปลผล และแนวทางป้องกันการล้มตามหลักเวชศาสตร์ฟื้นฟู

ทำไมผู้สูงอายุจึงเสี่ยงต่อการหกล้มมากขึ้น?

ภาวะเสี่ยงล้มเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงตามวัย
  • ภาวะกระดูกพรุน
  • ปัญหาการทรงตัวหรือเวียนศีรษะ
  • โรคพาร์กินสัน
  • ภาวะหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • ผลข้างเคียงจากยา เช่น อาการง่วงซึม
  • สภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่ปลอดภัย

เมื่อผู้สูงอายุหกล้ม ความรุนแรงมักมากกว่าวัยอื่น และฟื้นตัวได้ช้ากว่า จึงควรประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

Time Up and Go Test (TUG) คืออะไร?

Time Up and Go Test คือแบบประเมินความสามารถในการลุก เดิน หมุนตัว และกลับมานั่ง เพื่อวัดสมรรถนะด้านการทรงตัวและการเคลื่อนไหว เป็นเครื่องมือที่ใช้ในคลินิกกายภาพบำบัด โรงพยาบาล และศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุทั่วโลก มีงานวิจัยรองรับในเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและเวชศาสตร์ฟื้นฟู

วิธีทำ Time Up and Go Test อย่างถูกต้อง

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  • เก้าอี้มีพนักพิงและที่ท้าวแขน
  • พื้นที่ทางเดินระยะ 3 เมตร
  • นาฬิกาจับเวลา

ขั้นตอนการทดสอบ

  1. ให้ผู้สูงอายุนั่งพิงหลังบนเก้าอี้
  2. ทำเครื่องหมายระยะทาง 3 เมตรด้านหน้า
  3. เมื่อเริ่มจับเวลา ให้ลุกขึ้น เดินด้วยความเร็วปกติไปยังจุดที่กำหนด
  4. หมุนตัว แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม
  5. หยุดเวลาเมื่อผู้ทดสอบนั่งเรียบร้อย

หมายเหตุ: สามารถใช้อุปกรณ์ช่วยเดินที่ใช้ประจำได้

การแปลผล Time Up and Go Test

เกณฑ์การประเมินมาตรฐานมีดังนี้

  • ≤ 10 วินาที → ปกติ ความเสี่ยงล้มต่ำ
  • 11 – 20 วินาที → เสี่ยงล้มระดับปานกลาง
  • > 20 วินาที → เสี่ยงล้มสูง ควรประเมินเพิ่มเติมโดยผู้เชี่ยวชาญ

หากใช้เวลามากกว่า 20 วินาที หรือมีอาการเสียการทรงตัวชัดเจน ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินเชิงลึก

ใครบ้างที่ควรทำ TUG Test?

  • ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่เคยหกล้มในช่วง 6–12 เดือนที่ผ่านมา
  • ผู้ที่มีโรคทางระบบประสาท เช่น Stroke, Parkinson
  • ผู้ที่เดินช้า ทรงตัวไม่ดี หรือใช้เครื่องช่วยเดิน

การคัดกรองอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงการล้มซ้ำและลดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

แนวทางป้องกันการหกล้มตามหลักเวชศาสตร์ฟื้นฟู

เพื่อป้องกันการล้ม ควรดูแลดังนี้

  • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว
  • ฝึก Balance training ภายใต้คำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ
  • ตรวจสายตาและทบทวนยาที่ใช้อยู่
  • ปรับสภาพแวดล้อมในบ้าน เช่น ติดราวจับ ลดพื้นลื่น
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระแทกแรงหรือรวดเร็วเกินไป

การป้องกันดีกว่าการรักษา โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนหรือโรคประจำตัว

สรุป: Time Up and Go Test สำคัญอย่างไร

Time Up and Go Test เป็นเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงหกล้มที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง ใช้เวลาไม่นาน และช่วยให้ครอบครัวหรือบุคลากรทางการแพทย์ประเมินความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ หากพบว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยงระดับปานกลางถึงสูง ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติมเพื่อวางแผนฟื้นฟูและป้องกันการล้มในอนาคต การใส่ใจสุขภาพผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง ไม่เพียงลดโอกาสกระดูกหักหรือภาวะแทรกซ้อน แต่ยังช่วยให้ท่านคงคุณภาพชีวิตที่ดีและช่วยเหลือตนเองได้ยาวนานขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และครอบครัวเลือกบริการที่เหมาะกับอาการและความพร้อมของผู้ป่วยมากที่สุด ReBRAIN จึงพัฒนาระบบการดูแล 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ

 

เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง

อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่

FACEBOOK :: ReBRAIN

อ้างอิง

  1. 1.มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด. เช็คเบื้องต้นเสี่ยงล้มหรือไม่ ( 10 เมษายน 2024 )
  2. สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข
  3. แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ 2562
  4. คณะกรรมการพัฒนาเครื่องมือคัดกรองและประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข
  5. คู่มือคัดกรองและประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ พ.ศ.2564

Assessing the risk of falling with the Time up and go test

Currently, Thai society is entering the aging society. In Thailand, the number of elderly people increases every year. When talking about the elderly, the image that many people think of is the age when their bodies are not as strong as when they were young. They may have underlying diseases and have to take medication regularly, which may cause them to be drowsy easily.

Some elderly people may exercise regularly, some may exercise a little every day, or some may not exercise at all. In addition, some elderly people have underlying diseases and physical deterioration with increasing age, such as osteoporosis, farsightedness or blurred vision, or have underlying diseases such as Parkinson’s, which cause them to tremble while walking, walk slowly, tremble, and lose balance. In the past, we were able to grab and balance ourselves before falling, but now we can’t. We can’t balance ourselves in time. When the elderly fall, it can be more dangerous than you think. Some people may break their arms or hips, or if they fall and hit their head on the floor, it may cause brain concussion, or even brain hemorrhage, causing hemiplegia, unable to use some parts of their body, reduced mobility, less or no self-help, including the environment in each person’s home may not be conducive to the elderly. All of these are factors that increase the risk of falling in the elderly.

So how do we know how much the elderly in our family are at risk of falling? Today, let’s get to know the TUG or Time up and Go test, which is used to assess the risk of falling in the elderly together.

The TUG or Time up and Go test is an assessment of risk factors for falling in terms of balance while walking. The method used for testing is to place a chair with armrests at the starting point, measure a distance of 3 meters, make a mark on the floor, and tell the elderly that when the timer starts, they should get up from the chair and walk in a straight line at a normal speed (they can use their usual walking aid). When they have walked the specified distance, they turn around and walk back to their original seat.

Scroll to Top