การให้อาหารทางสายยาง คืออะไร? มีกี่แบบ ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยที่กินเองไม่ได้

การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding) เป็นวิธีให้สารอาหารและยาแก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานทางปากได้เพียงพอ เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยสมองบาดเจ็บ ผู้ป่วยกลืนลำบาก หรือผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงาน โปรตีน วิตามิน และยาอย่างครบถ้วน ลดภาวะขาดสารอาหาร และสนับสนุนการฟื้นตัวตามแนวทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการดูแลผู้ป่วยระยะยาว บทความนี้สรุปครบทั้งประเภทของสายให้อาหาร ข้อบ่งชี้ การดูแล และแนวทางป้องกันภาวะแทรกซ้อนตามหลักการดูแลทางการแพทย์

ใครบ้างที่จำเป็นต้องให้อาหารทางสายยาง?

การให้อาหารทางสายยางเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะดังต่อไปนี้

  • กลืนลำบาก (Dysphagia)
  • เสี่ยงสำลักอาหาร
  • ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • ผู้ป่วยพาร์กินสัน
  • ผู้ป่วยสมองบาดเจ็บ
  • ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว
  • ภาวะขาดสารอาหารรุนแรง

การตัดสินใจเลือกชนิดสายให้อาหารควรประเมินโดยแพทย์ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ

ประเภทของสายให้อาหารทางสายยาง มีกี่แบบ?

การให้อาหารทางสายยางแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1. สายให้อาหารผ่านจมูกสู่กระเพาะอาหาร (NG Tube – Nasogastric Tube)

เป็นสายยางที่สอดผ่านจมูกลงสู่กระเพาะอาหาร เหมาะสำหรับ: การให้อาหารระยะสั้น ไม่เกิน 4 สัปดาห์ ข้อควรระวัง:

  • ต้องตรวจสอบตำแหน่งสายก่อนให้อาหารทุกครั้ง
  • หากใส่นานเกิน 4–6 สัปดาห์ อาจเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ

แพทย์มักพิจารณาเปลี่ยนเป็น PEG tube หากจำเป็นต้องให้อาหารระยะยาว 

2. สายให้อาหารผ่านจมูกสู่ลำไส้เล็ก (NJ Tube – Nasojejunal Tube)

สายลักษณะคล้าย NG tube แต่ปลายสายอยู่ที่ลำไส้เล็กส่วนต้น เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ป่วยกรดไหลย้อนรุนแรง
  • ผู้ป่วยกระเพาะอาหารบีบตัวผิดปกติ
  • ผู้ป่วยเสี่ยงสำลักสูง

ขนาดสายเล็กกว่า NG tube และช่วยลดโอกาสการย้อนสำลัก

3. สายให้อาหารผ่านหน้าท้อง (PEG Tube – Percutaneous Endoscopic Gastrostomy)

เป็นสายให้อาหารที่ใส่ผ่านหน้าท้องเข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรง ด้วยการส่องกล้อง เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารเกิน 4–6 สัปดาห์
  • ผู้ป่วยโรคสมอง
  • ผู้ป่วยกลืนลำบากเรื้อรัง

ข้อดีคือ ลดการระคายเคืองทางจมูกและคอ เหมาะกับการดูแลระยะยาว

วิธีดูแลสายให้อาหารให้ปลอดภัย ลดการติดเชื้อ

การดูแลที่ถูกต้องช่วยลดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ การอุดตัน หรือแผลกดทับ

การดูแล NG Tube และ NJ Tube

  • ทำความสะอาดช่องปากวันละอย่างน้อย 2 ครั้ง
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือทุกวัน
  • เปลี่ยนพลาสเตอร์ยึดสายสม่ำเสมอ
  • ตรวจดูผิวหนังรอบรูจมูกว่ามีแผลหรือไม่
  • ล้างสายด้วยน้ำสะอาดหลังให้อาหารทุกครั้ง

การดูแล PEG Tube

  • ทำความสะอาดแผลบริเวณหน้าท้องให้แห้งและสะอาด
  • ช่วง 1–2 สัปดาห์แรกต้องดูแลแผลอย่างใกล้ชิด
  • ล้างสายด้วยน้ำ 30–50 ซีซี หากไม่ได้ใช้งาน
  • เปลี่ยนสายทุกประมาณ 6 เดือน หรือเมื่อแพทย์เห็นสมควร

หากมีอาการบวม แดง ปวด มีหนอง หรือไข้ ควรพบแพทย์ทันที

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวัง

  • การสำลักอาหาร
  • ท้องอืด อาเจียน
  • สายอุดตัน
  • แผลติดเชื้อ
  • ภาวะขาดสารอาหาร

การประเมินและติดตามโดยแพทย์ พยาบาล และนักโภชนาการมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

สรุป: การให้อาหารทางสายยางปลอดภัยหรือไม่?

การให้อาหารทางสายยางเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน หากอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ และมีการดูแลสายอย่างถูกต้อง การเลือกชนิดสายให้อาหารควรประเมินจากระยะเวลาการใช้งาน สภาพร่างกาย และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย การดูแลที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่ยังลดภาวะแทรกซ้อน และสนับสนุนการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตในระยะยาว เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และครอบครัวเลือกบริการที่เหมาะกับอาการและความพร้อมของผู้ป่วยมากที่สุด ReBRAIN จึงพัฒนาระบบการดูแล 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ  

 

เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง

เอกสารอ้างอิง

  • Rollins H. Nasojejunal tube feeding in children: knowledge and practice. British journal of community nursing. 2018;23(Sup7):S7-S12.
  • Sigmon DF, An J. Nasogastric Tube.  StatPearls. Treasure Island (FL)2022.
  • Stroud M, Duncan H, Nightingale J, British Society of G. Guidelines for enteral feeding in adult hospital patients. Gut. 2003;52 Suppl 7:vii1-vii12.
  • Vudayagiri L, Hoilat GJ, Gemma R. Percutaneous Endoscopic Gastrostomy Tube.  StatPearls. Treasure Island (FL)2022.

 

อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่

FACEBOOK :: ReBRAIN

Bij cashback krijgt u een percentage van uw verlies terug over een vastgestelde termijn. Er zit geen belofte in over winnen, alleen over wat er van een verliesperiode terugkomt. De details bepalen of dat werkelijk iets waard is.

Cashback berekend over uw nettoverlies

Tien procent over een weekverlies klinkt gelijk voor iedereen, maar de uitkomst hangt af van de gekozen periode en van wat er wordt meegeteld. Spelers die aanbiedingen willen vergelijken kunnen Spin Maya en de voorwaarden per aanbieder nalezen. Kijk vooral of het bedrag contant wordt gestort of als bonus met inzetvereiste binnenkomt.

PeriodePercentageVorm
Wekelijks10%Contant
Maandelijks15%Bonus
  • Controleer of het contant tegoed of bonustegoed is
  • Kijk over welke periode het verlies wordt berekend

Van alle acties is cashback de meest eerlijke, omdat de rekensom achteraf zichtbaar is. Toch blijft het een gedeeltelijke teruggave op geld dat al weg is. Speel met een vast bedrag per week, stop op uw eigen moment en laat de actie uw speelgedrag niet sturen.

Scroll to Top