การรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นประสาทด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า (Peripheral Magnetic Stimulation – PMS) กลายเป็นนวัตกรรมหลักในการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและไม่ต้องผ่าตัด แต่การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูงย่อมมีข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ผู้ป่วยและญาติควรทราบเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เครื่อง PMS คืออะไร? ทำไมต้องระวัง?
เครื่อง PMS ทำงานโดยการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านผิวหนังลงไปกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อโดยตรง ช่วยลดอาการปวด เร่งการฟื้นฟู และชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ เนื่องจากพลังงานที่ปล่อยออกมามีความเข้มข้นสูง การคัดกรองผู้ป่วย (Screening) จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
3 ข้อห้ามสำคัญ (Contraindications) ที่ต้องเคร่งครัด
ก่อนรับบริการรักษาด้วย PMS นักกายภาพบำบัดจะทำการตรวจเช็กประวัติอย่างละเอียด โดยมีข้อห้ามเด็ดขาดดังนี้
- กลุ่มผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย: ห้ามใช้กับผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker), เครื่องกระตุกหัวใจ (AICD) หรืออุปกรณ์พยุงการทำงานของอวัยวะที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า เพราะคลื่นแม่เหล็กจะเข้าไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์จนเกิดอันตรายถึงชีวิต
- กลุ่มที่มีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำการรักษา: เช่น ขดลวดถ่างหลอดเลือด (Stent), โลหะยึดกระดูก หรือสะเก็ดระเบิด คลื่นแม่เหล็กอาจทำให้โลหะเคลื่อนที่หรือเกิดความร้อนสูงสะสมในเนื้อเยื่อ
- หมายเหตุ: หากมีเหรียญ กุญแจ หรือบัตรแม่เหล็กในกระเป๋า ต้องนำออกก่อนเริ่มรักษาทุกครั้ง
- สตรีมีครรภ์: แม้จะยังไม่มีข้อบ่งชี้แน่ชัดถึงผลกระทบต่อทารก แต่ในทางการแพทย์มักหลีกเลี่ยงการรักษาบริเวณแผ่นหลังหรือหน้าท้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในครรภ์
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น (Side Effects)
แม้การรักษาด้วย PMS จะไม่ทำให้เกิดแผล แต่ผู้ป่วยอาจพบอาการชั่วคราวหลังทำ ดังนี้
- อาการระบมหรือล้าของกล้ามเนื้อ: คล้ายกับการออกกำลังกายหนัก (Delayed Onset Muscle Soreness) ซึ่งจะหายไปเองใน 24-48 ชั่วโมง
- ตะคริวชั่วคราว: อาจเกิดขึ้นในขณะที่เครื่องกำลังกระตุ้นกล้ามเนื้อในระดับความถี่สูง
- ความร้อนสะสม: อาจรู้สึกอุ่นหรือร้อนบริเวณที่วางหัวกระตุ้น (Applicator) หากรู้สึกร้อนผิดปกติควรแจ้งนักกายภาพบำบัดทันที
มาตรฐานความปลอดภัยที่ ReBRAIN
เพื่อให้การรักษาได้ประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย 100% ทีมกายภาพบำบัดของเรายึดหลักเกณฑ์ดังนี้
- Professional Assessment: มีการตรวจประเมินและคัดกรองความเสี่ยงโดยนักกายภาพบำบัดที่มีใบประกอบวิชาชีพก่อนเริ่มเคสแรกเสมอ
- Clear Communication: ชี้แจงขั้นตอนการรักษา ความรู้สึกขณะทำ และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจและลดความกังวล
- Monitoring: ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดระหว่างการรักษา หากมีอาการผิดปกติจะหยุดการทำงานของเครื่องทันที
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หากท่านมีโรคประจำตัวหรือเคยผ่านการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ใดๆ โปรดแจ้งนักกายภาพบำบัดอย่างละเอียดก่อนรับการรักษา เพื่อการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และครอบครัวเลือกบริการที่เหมาะกับอาการและความพร้อมของผู้ป่วยมากที่สุด ReBRAIN จึงพัฒนาระบบการดูแล 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ
- ReBRAIN at Home กายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมอง รักษาที่บ้าน
- ReBRAIN Clinic คลินิกฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (วิภาวดี 60)
- Golden Time ศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (พักค้าง 24 ชั่วโมง)
เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง
อ้างอิง
- Sakaowrat T, Fuengfa K. The Effects of Peripheral Magnetic Stimulation on Improving Impairment
and Functional Activity in Individuals with Stroke. 2022. J Thai Stroke Soc.; Volume 21. - Kanjanapanang N, Munakomi S, Chang KV. Peripheral Magnetic Stimulation. 2021. Treasure Island (FL); StatPearls.
- สุมนา ศรีสูงเนิน. 2565. เอกสารชี้แจงข้อมูลการรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อฟื้นฟูสมองและระบบประสาท.
เข้าถึงได้จาก: https://si.mahidol.ac.th/sirirajdoctor/Brochure_files/74_1tEQKj.pdf . 3 สิงหาคม 2567.
Precautions and side effects of using PMS
Currently, Peripheral magnetic stimulation(PMS)
is a new innovation that helps treat patients with musculoskeletal diseases.
And it is another option for treating and rehabilitating stroke patients to develop physical disabilities.
While using electromagnetic waves in treatment still has precautions and side effects that physical therapists must assess and be aware of.
Precautions and precautions for using PMS
Because PMS emits electromagnetic waves, there are the following prohibitions and precautions:
1. Do not use with people who have electronic devices implanted in the body, such as pacemakers.
2. Do not use with people who have metal implants in the body, such as coils, blood vessel meshes, bone welding metals, or if the patient has coins or keys in his/her pocket, the patient should remove them first.
3. Avoid using in pregnant women because electromagnetic waves can affect the fetus.
Side effects of PMS
Because it stimulates muscles, it may cause muscle soreness, muscle fatigue, and cramps after treatment.
And during treatment, the area where the stimulation head is placed may feel hot.
From the above, it is recommended that before treating with PMS, a physical therapist should assess and screen for risks, prohibitions, and precautions before treatment. And the procedure, treatment results and possible side effects during and after treatment should be explained to the patient every time to reduce errors and possible dangers that may occur later.