ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง ต้องดูแลอย่างไร

ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง ต้องดูแลอย่างไร

ข้อเท้าพลิก แพลง ต้องทำยังไง เพราะว่า ข้อเท้าถือเป็นข้อต่อที่มีความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน หรือวิ่ง  เพราะเป็นข้อต่อที่ทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักตัวและยังช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ซึ่งหากเรามีกิจกรรมที่    ต้องใช้งานข้อเท้ามาก ก็จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ข้อเท้าพลิกหรือข้อเท้าแพลง (ankle sprain) คือ การบาดเจ็บที่ข้อเท้าซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของ  เอ็นยึดกระดูกรอบข้อเท้า ซึ่งถือว่าเป็นการบาดเจ็บของข้อเท้าที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งสาเหตุในการบาดเจ็บในคนทั่วไปมักเกิดจากการเล่นกีฬา ที่ต้องมีการใช้เท้าในการวิ่ง หรือกระโดด และยังพบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีการสวมใส่รองเท้าส้นสูง นอกจากนี้ยังพบได้ในผู้ป่วยทางระบบประสาท เนื่องจากจะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของข้อเท้าและมีการรับความรู้สึกของข้อต่อที่ลดน้อยลง จึงทำให้มีโอกาสในการเกิดข้อเท้าพลิกได้ง่าย โดยเอ็นยึดกระดูกที่บาดเจ็บบ่อยที่สุดคือ เอ็นยึดกระดูกทางด้านนอกของข้อเท้า ระหว่างตาตุ่มด้านนอกเยื้องมาทางด้านหน้าข้อเท้า (anterior talofibular ligament : ATFL) จากการที่ข้อเท้าพลิกตะแคงเข้าทางด้านใน เมื่อเกิดข้อเท้าพลิกจะมีอาการและอาการแสดงที่ขึ้นอยู่กับระยะของการบาดเจ็บ ดังนี้

ระยะเฉียบพลัน (1-3 วันแรกหลังบาดเจ็บ)

  • ปวด บวม แดง ร้อน
  • องศาการเคลื่อนไหวลดลง
  • มีรอยถลอกหรือเขียวช้ำระยะเรื้อรัง
  • ปวด บวม
  • องศาการเคลื่อนไหวลดลง

การบาดเจ็บของข้อเท้าสามารถแบ่งระดับความรุนแรงตามขนาดของการฉีกขาดของเอ็นยึดกระดูกได้  3 ระดับ คือ

  1. Mild sprain (grade 1) เป็นการฉีกขาดของเอ็นเพียงเล็กน้อย แต่ทำให้เกิดอาการเจ็บและบวม
  2. Moderate sprain (grade 2) การฉีกขาดของเส้นเอ็นบางส่วน มีอาการเจ็บกว้างและบวม
  3. Severe sprain (grade 3) การฉีกขาดของเอ็นเกือบทั้งหมด ปวดและบวมมาก ข้อเท้าไม่มั่นคง

การรักษาพยาบาลในเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการประคบเย็น ยกเท้าสูง  และจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อเท้า เช่น การพันผ้ายืด หรือการใส่เฝือก และเมื่ออาการปวดและบวมดีขึ้นควรทำการบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า โดยการยืดคลายกล้ามเนื้อและเสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า

และนอกเหนือจากการรักษาในเบื้องต้นยังมีการรักษาที่ให้ผลดี ทำให้ข้อเท้ากลับมาใกล้เคียงสภาวะปกติได้เร็ว ซึ่งก็คือการรักษาทางกายภาพบำบัด หากมีความรุนแรงในระดับที่ 1 (ระดับน้อย) นักกายภาพบำบัดจะประเมินอาการตามระยะเวลา เพื่อพิจารณาประกอบการให้การรักษาและให้การ ออกกำลังกาย โดยในช่วงแรกจะให้การรักษาเพื่อลดปวดและบวมเป็นหลัก  ในช่วงระยะต่อไปเน้นเรื่อง การคงการทำงานของข้อเท้า และเพิ่มองศาการเคลื่อนไหว ระยะหลังจากนี้จะเน้นเรื่องการเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานเพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างใกล้เคียงปกติมากที่สุด หากมีความรุนแรงระดับที่ 2-3 (ปานกลางถึงมาก) จะต้องมีการพิจารณาจากแพทย์ร่วมด้วยว่ามีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหรือไม่ โดยหากต้องได้รับการผ่าตัด การกายภาพบำบัดก็เป็นสิ่งที่จำเป็นทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด โดยก่อนการผ่าตัดจะเน้นคงสภาพการเคลื่อนไหว และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่วนหลังการผ่าตัด จะเน้นการลดปวด การเพิ่มองศาการเคลื่อนไหว และการฝึกการเคลื่อนไหวให้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด

การบาดเจ็บของข้อเท้าจากการพลิก สามารถรักษาและดูแลได้เองในเบื้องต้น แต่เมื่ออาการดีขึ้นควรออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และความทนทาน โดยหากมีอาการที่รุนแรงหรือมีอาการเรื้อรังควรได้รับการรักษาจากผู้เชื่ยวชาญไม่ว่าจะเป็นแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูให้ข้อเท้ากลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติและเพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำในอนาคต

 

อ้างอิง

อุไรวรรณ ชัชวาลย์. กายภาพบำบัดในผู้ป่วยข้อเท้าแพลง physical therapy in ankle sprain. วารสารเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด ขอนแก่น. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2544; 1-12.

 

Sprained ankle, sprained ankle, how to take care?

I have a sprained ankle, what should I do? Because the ankle is an important joint for our movement. Whether it’s standing, walking or running because it is a joint that serves to support the weight of the body and also helps maintain the balance of the body. which if we have activities that requires a lot of ankle work It will increase the risk of injury as well.

An ankle sprain is an injury to the ankle caused by a tear in the ankle. The ligaments hold the bones around the ankle. This is the most common ankle injury. The cause of injuries in people is usually caused by playing sports. That requires the use of feet to run or jump and is also common in women who wear high heels. It is also found in neurological patients. This is because there is weakness in the muscles that stabilize the ankle and there is a decrease in the sensation of the joint. Therefore, there is a chance of ankle sprains easily. The most frequently injured ligaments are The ligaments hold the bones on the outside of the ankle. Between the outer tarsal indent to the front of the ankle (anterior talofibular ligament: ATFL) from the ankle turned inward. When an ankle sprain occurs, signs and symptoms depend on the stage of the injury.

 

อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่

FACEBOOK :: ReBRAIN

Scroll to Top