
อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือทรงตัวไม่ได้ขณะลุกขึ้นยืน เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของภาวะความดันโลหิตต่ำ (Hypotension) ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยพักฟื้น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) จากบทความก่อนหน้านี้เรื่อง “อาการมึนหัว หน้ามืด ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง” ทาง ReBRAIN ได้แนะนำวิธีรับมือเบื้องต้นไปแล้ว
ในบทความนี้ เราจะพามาเจาะลึกทางเลือกการรักษาทางกายภาพและกลไกธรรมชาติของร่างกาย นั่นคือ “การนอนหัวต่ำ” และ “การนอนราบ” ว่าทำไมวิธีง่ายๆ นี้ จึงสามารถกู้สัญญาณชีพและความดันโลหิตให้กลับมาเสถียรได้อย่างรวดเร็ว
ทำความรู้จักภาวะความดันโลหิตต่ำ และสาเหตุที่ต้องระวัง
ทางการแพทย์ระบุว่าภาวะความดันโลหิตต่ำคือ ภาวะที่ค่าความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว (Systolic Blood Pressure) ต่ำกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) และ/หรือความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัว (Diastolic Blood Pressure) ต่ำกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัยหลัก ดังนี้
- ร่างกายปรับตัวไม่ทันจากการนอนนาน (Prolonged Bed Rest):มักเกิดกับผู้ป่วยติดเตียงหรือพักฟื้นในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน เมื่อเริ่มมีกิจกรรม เช่น การลุกนั่งหรือเปลี่ยนท่าทาง หัวใจและหลอดเลือดจะไม่สามารถบีบตัวส่งเลือดไปเลี้ยงสมองได้ทัน
- ภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension):เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วงกะทันหันเมื่อลุกขึ้นยืน
- ปริมาตรเลือดในร่างกายลดลง:เช่น ภาวะขาดน้ำจากการท้องเสียรุนแรง, เกลือแร่ต่ำ หรือการสูญเสียเลือด
- ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ:ทำให้หลอดเลือดขยายตัวมากกว่าปกติ ส่งผลให้แรงดันเลือดตก
- ภาวะโลหิตจาง (Anemia):ปริมาณเม็ดเลือดแดงลดลง ทำให้ประสิทธิภาพในการนำส่งออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายลดลง
- การติดเชื้อหรืออาการแพ้อย่างรุนแรง (Anaphylaxis):สารเคมีในร่างกายทำให้หลอดเลือดขยายตัวทันทีและสารเหลวซึมออกนอกหลอดเลือด
กลไกการทำงาน: นอนหัวต่ำ และ นอนราบ ช่วยเพิ่มความดันได้อย่างไร?
เมื่อเกิดภาวะความดันตก เลือดจะไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ การปฐมพยาบาลด้วยการนอนหัวต่ำ (Trendelenburg Position) หรือการนอนราบจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด
1. การนอนหัวต่ำ (Head-Down / Foot-Elevated)
คือการจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย โดยปรับให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับลำตัวและขาประมาณ 10-15 องศา (หรือใช้หมอนหนุนสะโพกและขาให้สูงขึ้น)
- กลไก:ท่านี้จะใช้ประโยชน์จากแรงโน้มถ่วงโลกในการช่วยให้เลือดดำจากส่วนล่างของร่างกาย (ขาและช่องท้อง) ไหลเวียนกลับเข้าสู่หัวใจได้ง่ายขึ้น เมื่อหัวใจมีปริมาณเลือดเต็มที่ ก็จะสามารถบีบฉีดเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดได้ทันที
- ผลลัพธ์:การนอนหัวต่ำเพียง 1 นาที สามารถช่วยเพิ่มค่าความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว (Systolic) ให้สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
2. การนอนราบ (Flat Supine)
หากไม่สามารถจัดท่านอนหัวต่ำได้ การนอนราบไปกับพื้นก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะเป็นการลดความต่างระดับระหว่างหัวใจและสมอง ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องต้านแรงโน้มถ่วงโลก ช่วยปรับความดันโลหิตให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ
ข้อควรระวังทางการแพทย์:หากปล่อยให้ผู้ป่วยเผชิญภาวะความดันโลหิตต่ำเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) หรืออวัยวะภายในล้มเหลวเนื่องจากขาดออกซิเจนได้ ดังนั้นการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีจึงสำคัญมาก
4 แนวทางป้องกันและเฝ้าระวังภาวะความดันต่ำ โดย ReBRAIN
เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้นจากอาการหน้ามืด ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก ReBRAIN มีข้อแนะนำดังนี้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ:ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว (ยกเว้นผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดจากแพทย์เช่นโรคไตหรือโรคหัวใจ) เพื่อรักษาปริมาตรเลือดไม่ให้ข้นเหนียวหรือเกิดภาวะขาดน้ำ
- วัดความดันก่อนเปลี่ยนท่า:ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะแรก ควรวัดความดันโลหิตในท่านอนก่อน แล้วจึงค่อยๆ ปรับเป็นท่านั่งและยืน เพื่อเช็กการตอบสนองของร่างกาย
- ควบคุมโรคประจำตัว:ติดตามอาการและรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุอย่างใกล้ชิด เช่น โรคหัวใจ โรคโลหิตจาง หรือโรคทางระบบประสาท
- ฟื้นฟูด้วยการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ:การออกกำลังกายเบาๆ ที่เหมาะสมจะช่วยฝึกให้ระบบประสาทและหลอดเลือดกลับมาปรับตัวตอบสนองต่อการเปลี่ยนท่าทางได้ดีขึ้น
ฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิตอย่างปลอดภัยด้วย “กายภาพบำบัดที่บ้าน” จาก ReBRAIN
สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า หรือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ขยับตัวได้น้อย การออกกำลังกายและฝึกการทรงตัวอย่างถูกวิธีภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญคือกุญแจสำคัญ
การเลือกใช้บริการกายภาพบำบัดที่บ้าน (Home Physical Therapy) จาก ReBRAIN จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิตและกล้ามเนื้ออย่างถูกหลักการแพทย์ นักกายภาพบำบัดจะเข้ามาออกแบบโปรแกรมการฝึกขยับตัว ปรับท่าทางจากนอนสู่นั่ง และนั่งสู่ยืนอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมทั้งช่วยเฝ้าระวัง สังเกตอาการ และวัดสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด ทำให้การฟื้นฟูร่างกายที่บ้านเต็มไปด้วยความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะความดันตกเฉียบพลัน และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และครอบครัวเลือกบริการที่เหมาะกับอาการและความพร้อมของผู้ป่วยมากที่สุด ReBRAIN จึงพัฒนาระบบการดูแล 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ
- ReBRAIN at Home กายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมอง รักษาที่บ้าน
- ReBRAIN Clinic คลินิกฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (วิภาวดี 60)
- Golden Time ศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (พักค้าง 24 ชั่วโมง)
เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง
แหล่งอ้างอิง
- wan Lim, T., Kim, H. J., Lee, J. M., Kim, J. H., Hong, D. M., Jeon, Y., … & Bahk, J. H. (2011). The head-down tilt position decreases vasopressor requirement during hypotension following induction of anaesthesia in patients undergoing elective coronary artery bypass graft and valvular heart surgeries.European Journal of Anaesthesiology (EJA), 28(1), 45-50.
- Cole, F. (1952). Head lowering in treatment of hypotension.Journal of the American Medical Association, 150(4), 273-274.อ่านบทความเพิ่มเติม
FACEBOOK :: ReBRAIN