DVT ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึก กับภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Ischemic Stroke) สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้ตัวโรคหลักคือ “ภาวะแทรกซ้อน” ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย และหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต แต่อาจถูกมองข้ามบ่อยที่สุดก็คือ “DVT หรือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึก” (Deep Vein Thrombosis) วันนี้ ReBRAIN จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับภาวะนี้ สาเหตุ สัญญาณเตือน และแนวทางการทำกายภาพบำบัดเพื่อป้องกันไม่ให้ภัยเงียบนี้ทำอันตรายต่อคนที่คุณรัก

ทำไมผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ถึงเสี่ยงต่อภาวะ DVT?

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึก มักเกิดขึ้นบริเวณขา มีสาเหตุหลักมาจากภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงครึ่งซีกของผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ขยับหรือบีบตัว ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดำส่วนปลายไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้ช้าลงหรือหยุดนิ่ง จนเกิดการจับตัวเป็นลิ่มเลือดค้างอยู่ตามหลอดเลือดดำ

เนื่องจากกล้ามเนื้อขาเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และอยู่ส่วนล่างของร่างกาย จึงเป็นจุดที่มีโอกาสเกิดการสะสมและตกค้างของเลือดได้มากกว่าบริเวณอื่น

3 สัญญาณเตือนภาวะ DVT ที่ต้องเฝ้าระวัง

หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้บริเวณขา ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ให้พึงระวังว่าอาจเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

  1. บวม แดง ร้อน: บริเวณน่องหรือต้นขาอย่างเห็นได้ชัด
  2. สีผิวเปลี่ยน: ผิวหนังบริเวณขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำหรือเข้มขึ้น
  3. เจ็บปวดเฉียบพลัน: มีอาการปวดตึงบริเวณน่อง โดยเฉพาะเมื่อลองจับปลายเท้ากระดกขึ้น (Homan’s Sign)

ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงจาก DVT อันตรายถึงชีวิต

หากปล่อยให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันลึกโดยไม่ได้รับการรักษา ลิ่มเลือดเหล่านั้นอาจหลุดลอยไปตามกระแสเลือดและก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่

  • โรคลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Pulmonary Embolism: PE): เกิดจากลิ่มเลือดที่ขาหลุดลอยไปอุดกั้นหลอดเลือดดำที่ไปเลี้ยงปอด ทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก และอาจเสียชีวิตได้อย่างเฉียบพลัน
  • หลอดเลือดทำงานบกพร่องเรื้อรัง (Chronic Venous Insufficient): ลิ่มเลือดทำให้ลิ้นหัวใจในหลอดเลือดดำเสียหาย เลือดไหลย้อนกลับไม่ดี ส่งผลให้ขาบวมเรื้อรัง ปวดขา และเกิดแผลกดทับหรือแผลเรื้อรังที่รักษายาก
  • ความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและสมอง: ลิ่มเลือดอาจเข้าไปอุดตันเพิ่มเติมในระบบหลอดเลือดสำคัญ ส่งผลให้เนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ขาดเลือดได้

ปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน  

  • การเคลื่อนไหวร่างกายลดลง: การนอนติดเตียง นั่งนาน หรือขยับตัวไม่ได้
  • อายุและสรีระ: ผู้สูงอายุ (โดยเฉพาะมากกว่า 75 ปี) และผู้ที่มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน
  • การบาดเจ็บของหลอดเลือด: เช่น การใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนปลาย
  • โรคประจำตัวร่วม: ผู้ป่วยมะเร็ง, โรคหัวใจวาย, โรคปอดเรื้อรัง, หรือผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัดและฮอร์โมนเอสโตรเจน

5 วิธีป้องกันและลดความเสี่ยง DVT ฉบับแนวทางกายภาพบำบัด

ข่าวดีคือ ภาวะ DVT สามารถป้องกันได้หากได้รับการจัดการและดูแลอย่างถูกวิธี โดยมีแนวปฏิบัติทางกายภาพบำบัดที่แนะนำดังนี้

1. เปลี่ยนท่าทางและกระตุ้นการเคลื่อนไหวโดยเร็ว

พลิกตัวผู้ป่วยทุกๆ 2 ชั่วโมง และกระตุ้นให้ลุกนั่งหรือขยับร่างกายส่วนที่ยังทำงานได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดดำคั่งค้างอยู่ที่ขา

2. บริหารเท้าและข้อเท้า (Foot & Ankle Exercise)

ให้ผู้ป่วยฝึกกระดกปลายเท้าขึ้น-ลง (Ankle Pumping) สลับซ้ายขวา และยืดเหยียดข้อเข่า-สะโพกเท่าที่ทำได้ เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อน่องบีบตัวไล่เลือดกลับสู่หัวใจ

3. จัดท่าทางลดบวม

จัดให้ผู้ป่วยนอนหนุนหมอนรองขาให้สูงกว่าระดับหัวใจเล็กน้อย (ในรายที่ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์) เพื่อใช้แรงโน้มถ่วงช่วยเพิ่มการไหลกลับของเลือดดำ

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

หากผู้ป่วยไม่มีภาวะจำกัดน้ำ (เช่น โรคไตหรือหัวใจวาย) ควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เนื่องจากการขาดน้ำจะทำให้เลือดมีความหนืดสูงขึ้นและแข็งตัวเป็นลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น

5. ฝึกการหายใจอย่างมีประสิทธิภาพ (Deep Breathing Exercise)

ฝึกหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ ลึกๆ ให้ท้องป่อง และผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ ให้ท้องยุบ การขยายตัวของทรวงอกที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มแรงดันบวกในช่องอก ซึ่งส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดที่ปอดและระบบหลอดเลือดดำทั่วร่างกาย

ReBRAIN ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างถูกวิธี

การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้เฉพาะทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายอย่าง DVT ทีมงาน ReBRAIN พร้อมให้บริการและคำแนะนำโดยนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ ที่จะเข้าไปช่วยดูแลทั้งเรื่องการจัดโปรแกรมออกกำลังกายแขน-ขา การฝึกเคลื่อนไหว การเดิน และเทคนิคการฝึกหายใจที่ถูกต้องเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

การบริหารร่างกายอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน และพัฒนาศักยภาพร่างกายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และครอบครัวเลือกบริการที่เหมาะกับอาการและความพร้อมของผู้ป่วยมากที่สุด ReBRAIN จึงพัฒนาระบบการดูแล 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ

 

เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง

อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่

FACEBOOK :: ReBRAIN

 

Scroll to Top