มารู้จักนักกายภาพบำบัดกันเถอะ!!!

นักกายภาพบำบัด (PHYSICAL THERAPY)

นักกายภาพบำบัดทำอะไร?? เป็นคำถามที่อยู่ในใจทุกคนใช่มั้ยครับ
วันนี้ ReBRAIN จะพาไปดูกันครับ ว่า กายภาพบำบัด เค้าคือใคร และมีหน้าที่ทำอะไร ดูแลผู้ป่วย อย่างไรในโรงพยาบาล ไปกันเลยย…

นักกายภาพบำบัด คือ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยให้การรักษาผู้ที่มีความผิดปกติเรื่องการเคลื่อนไหว เช่น แขนอ่อนแรงขยับลำบาก โรคหลอดเลือดสมอง ปวดหลังร้าวลงขานั่งนานไม่ได้ เป็นต้น อาการพวกนี้อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ ความเสื่อม หรือเป็นมาแต่กำเนิด ด้วยการตรวจประเมินและวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ นั่นคือ การรักษาฟื้นฟู โดยไม่ใช้ยา และมองถึง ตำแหน่งของโรค(พยาธิสภาพ) ควบคู่กับ หลักการเคลื่อนไหวพื้นฐานของมนุษย์

การรักษาทางกายภาพบำบัดก็จะประกอบด้วย การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เพื่อในการลดปวด ลดอักเสบ กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และอีกแนวทางคือ การรักษาด้วยมือ โดยการดัดดึง ขยับข้อต่อ  กดจุด นวดยืดคลายกล้ามเนื้อและออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะกับอาการในแต่ละบุคคลนั่นเองครับ

โดยเป้าหมายหลักของการรักษาคือ แก้อาการเจ็บ และให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกตินั่นเองครับ

ปัจจุบันคนไข้ที่ได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัดจะมี 5 กลุ่ม หลักๆ ตามนี้เลยครับ

Orthopedic (ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ)​

ลักษณะผู้ป่วย ได้รับการบาดเจ็บที่กระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น หกล้มข้อเท้าพลิก เส้นเอ็นกล้ามเนื้อได้รับความเสียหาย ทำให้ลงน้ำหนักได้น้อยลง มีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติไปจากเดิม

อาการ เจ็บ, ปวด, ปวดร้าวไปตำแหน่งอื่นๆ, ขยับไม่สุด, ยกแขนติด เป็นต้น

โรคที่พบ กลุ่มอาการ ออฟฟิตซินโดรม (office syndrome), หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท, กระดูกสันหลังเคลื่อน, ภาวะข้อไหล่ติด, เอ็นไหล่อักเสบ, ข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น

การรักษาทางกายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดจะออกแบบการรักษาตามตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บและระยะเวลาในการดำเนินโรคขณะนั้น
(ดูว่าอาการตอนนั้นอยู่ในขั้นไหนแล้ว จึงเลือกให้การรักษา)
– ลดอาการปวด ด้วยการใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด
– เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ตามด้วยด้วยการดัดดึงข้อต่อ การยืดกล้ามเนื้อ
– ฝึกการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง และป้องกันการกลับมาเป็นใหม่ ด้วยการออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมแต่ละบุคคล

เพิ่มเติม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงผู้ป่วยหลังผ่าตัด เช่น ผ่าเข่า, ผ่าสะโพก, ผ่ากระดูกคอ, กระดูกสันหลัง เป็นต้น

สิ่งที่นักกายภาพบำบัดทำ คือให้คำแนะนำ บอกข้อห้ามข้อควรระวังเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ให้ท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมตามระยะการฟื้นฟูของตัวโรค เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกตินั่นเองครับ

Neurological (ระบบประสาท)​

ลักษณะผู้ป่วย ได้รับบาดเจ็บที่สมองหรือไขสันหลัง (ไม่ว่าจะเป็นการกระแทกจากภายนอกหรือความผิดปกติขึ้นจากภายใน) เช่น ผู้ป่วยอัมพฤษ-อัมพาต ( โรคหลอดเลือดสมอง ), ผู้ป่วยพาร์กินสัน, ผู้ป่วยอ่อนแรงครึ่งท่อน

อาการ กล้ามเนื้ออ่อนแรงครึ่งซีก(ซ้าย-ขวา) หรือครึ่งท่อน(บน-ล่าง) ไม่สามารถสั่งการให้เคลื่อนไหวได้, แขนขาสั่น-ส่าย, ระดับการรู้สึกตัวน้อยลง, การเคลื่อนไหวช้าลง เป็นต้น

โรคที่พบ โรคหลอดเลือดสมองตีบ-แตก(Storke), โรคพาร์กินสัน(Pakinson), โรคไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ(Spinal cord injury), โรคเนื้องอกในสมอง เป็นต้น

การรักษาทางกายภาพบำบัด การเลือกให้การรักษาขึ้นกับระดับความสามารถของผู้ป่วยในขณะนั้น
– ฝึกการพลิกตะแคงตัว (Bed mobility training)
– ฝึกนั่งทรงตัว และควบคุมกล้ามเนื้อลำตัว (Sitting balance and Trunk control)
– ฝึกเดินในท่าทางที่ถูกต้อง (Gait training)
เป็นต้น การให้การรักษากลุ่มนี้เริ่มจากการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติไป ร่วมกับใช้เทคนิคการกระตุ้นกล้ามเนื้อ การให้แรงช่วย(Key point) การพยุงหรือช่วยเดินด้วยแรงที่เหมาะสม เป็นต้น

Cardiopulmonary (ระบบหัวใจและปอด)​

ลักษณะผู้ป่วย มีความผิดปกติเกิดขึ้นที่หัวใจหรือปอด

อาการ เสมหะคั่งค้างในปอด, หายใจผิดรูปแบบ, หายใจหอบเหนื่อย, เหนื่อยง่าย, นอนราบไม่ได้, เจ็บหน้าอก เป็นต้น

โรคที่พบ
โรคปอด ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหลอดลมโป่งพองเรื้อรัง (COPD), โรคปอดติดเชื้อ (pneumonia), โรคหอบหืด (asthma), มีลมในเยื่อหุ้มปอด(Pneumothorax) เป็นต้น
โรคหัวใจ ได้แก่ ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart failure), ลิ้นหัวใจรั่ว, หลอดเลือดหัวใจอุดตัน เป็นต้น

การรักษาทางกายภาพบำบัด
– ระบายเสมหะ ด้วยเทคนิค การจัดท่า การเคาะปอด การสั่นปอด การดูดเสมหะ
– ฝึกการหายใจอย่างถูกวิธี
– สอนการไออย่างมีประสิทธิภาพ
– กระตุ้นการขยายตัวของปอด
– โปรแกรมออกกำลังกายที่เหมาะสม นักกายภาพบำบัดมีความสำคัญอย่างมากในการออกแบบความหนักของการออกกำลังกายในกลุ่มคนไขโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นจึงควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเฉพาะทางที่มีความชำนาญ

Pediatric (เด็ก)

ลักษณะผู้ป่วย เด็ก ที่มีความผิดปกติเรื่องการเคลื่อนไหวตั่งแต่กำเนิด อาจเกิดจากคลอดก่อนกำหนด การขาดออกซิเจนชั่วขณะระหว่างคลอด หรือสาเหตุอื่นๆ

อาการ พัฒนาการช้ากว่าเด็กทั่วไป, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, เคลื่อนไหวไม่ได้, เคลื่อนไหวผิดปกติ มีอาการเกร็ง หรือแกว่งไม่มีทิศทาง เป็นต้น

โรคที่พบ ภาวะสมองพิการ(Cerebral palsy), ความผิดปกติของไขกระดูกสันหลัง(spina bifida) เป้นต้น

การรักษาทางกายภาพบำบัด หน้าที่ของนักกายภาพบำบัดคือกระตุ้นการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง ให้เด็กเหล่านั้นมีพัฒนาการใกล้เคียงกับช่วงอายุให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกระตุ้นความคิด ความเข้าใจ

Sport (กีฬา)

ลักษณะผู้ป่วย ได้รับการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย หรือยกน้ำหนัก

อาการ มีอาการเจ็บขณะเคลื่อนไหว, ใช้งานส่วนของร่างกายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ, ปีปัญหาการเคลื่อนไหวบางจังหวะ(เช่นการหมุนตัว,การกระโดด) เป็นต้น

โรคที่พบ เอ็นไขว้หน้าฉีก, เอ็นข้อเท้าฉีก, กล้ามเนื้อไม่สมดุล(Muscle imbalance), หมอนรองเข่าบาดเจ็บ(Meniscus injury)

การรักษาทางกายภาพบำบัด การรักษาขั้นพื้นฐานใกล้เคียงกับการรักษาผู้ป่วยระบบกระดูกและกล้ามเนื้อครับ แต่การดูแลผู้ป่วยที่เป็นนักกีฬาต้องเน้นการฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรองรับการใช้งานค่อนข้างรุนแรงจากการออกกำลังกาย ดังนั้น นักกายภาพจึงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ที่จะดูแลนักกีฬา ตั่งแต่ระยะเตรียมความพร้อมก่อนแข่งขัน ระยะบาดเจ็บขณะแข่งขัน และระยะฟื้นฟูหลังจากแข่งขัน
เรามักจะพบ นักกายภาพเฉพาะทางกีฬา(Sport PT) ได้ในสนามแข่งต่างๆครับ เมื่อมีนักกีฬาบาดเจ็บขณะแข่งขัน Sport PT ต้องรีบเข้าไปหาเพื่อประเมินว่านักกีฬาผู้นั้นสามารถแข่งต่อได้หรือไม่
หรือสามารพบตามโรงพยาบาลหรือคลินิกกายภาพเฉพาะทาง หรือตามสถานที่ซ้อมกีฬา ซึ่ง Sport PT มักจะทำงานเป็นทีมวางแผนร่วมกับ coach และ Trainer เพื่อฝึกฝนให้นักกีฬาคนนึงสามารถเป็นนักกีฬาที่สมบูรณ์แบบนั่นเองง

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีบริการ กายภาพบำบัดที่บ้าน ที่จะมีนักกายภาพบำบัดไปดูแล และให้การรักษาตามหลักวิชาชีพถึงที่บ้านท่านอีกด้วย

ทีนี้เราก็รู้จักนักกายภาพบำบัดกันมากขึ้นแล้วนะครับ
ไว้มีโอกาสเจอกัน ทักทายกันได้นะครับ 😀

Scroll to Top