สับสนหลังตื่นนอน ในผู้ป่วย Stroke เกิดจากอะไร??

สับสนหลังตื่นนอนในผู้ป่วย Stroke เกิดจากอะไร? พร้อมแนวทางดูแลที่เห็นผล

การนอนหลับเป็นกระบวนการสำคัญที่ร่างกายใช้ซ่อมแซมเนื้อเยื่อและควบคุมภูมิคุ้มกัน แต่สำหรับ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ภาวะนอนไม่หลับหรือการนอนที่ไม่มีคุณภาพ มักนำไปสู่ “อาการสับสนหลังตื่นนอน” ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถทางปัญญา การเรียนรู้ และความจำ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เรามาดูสาเหตุสำคัญและแนวทางการจัดการกันครับ


4 สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วย Stroke มีอาการสับสนหลังตื่นนอน

1. ความเสียหายของสมองโดยตรง

ตำแหน่งของหลอดเลือดสมองที่ตีบหรือแตกส่งผลต่อการนอนหลับและการรับรู้ที่ต่างกัน:

  • บริเวณ Ponto-mesencephalic: อาจทำให้สูญเสียการนอนหลับเกือบทั้งหมด
  • บริเวณ Thalamus: ทำให้คลื่นสมองผิดปกติ
  • บริเวณ Parietal lobe: ซึ่งทำหน้าที่รับรู้ความรู้สึกและตำแหน่งร่างกาย หากเสียหายจะทำให้ผู้ป่วย สับสนเรื่องเวลาและสถานที่ ไม่เข้าใจว่าตนเองอยู่ที่ไหนหลังตื่นนอน

2. การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทและฮอร์โมน

ความเครียดและความเจ็บป่วยส่งผลให้สารสื่อประสาทจำพวก Dopamine และ Norepinephrine สูงกว่าปกติ ทำให้วงจรการหลับ-ตื่น (Circadian Rhythm) เปลี่ยนแปลงไป ร่างกายจึงปรับตัวไม่ทันเมื่อตื่นนอน

3. ผลข้างเคียงจากการใช้ยา

ยาหลายชนิดที่ใช้รักษาโรคร่วมหรือภาวะแทรกซ้อนของ Stroke อาจรบกวนการนอนหลับ เช่น:

  • ยาลดความดันกลุ่ม Beta-blockers หรือยาขับปัสสาวะ: อาจทำให้ตื่นกลางดึกหรือปวดเกร็งน่อง
  • ยาต้านเศร้ากลุ่ม SSRIs: แม้ช่วยเรื่องอารมณ์ แต่อาจลดคุณภาพการนอนและทำให้เหนื่อยล้าในเวลากลางวัน

4. กระบวนการอักเสบและภาวะพร่องออกซิเจน

เมื่อร่างกายเกิดการอักเสบ ออกซิเจนจะไปเลี้ยงสมองได้น้อยลงเนื่องจากการตีบของหลอดเลือดฝอยและแรงดันในสมองที่เพิ่มขึ้น ทำให้สมองทำงานได้ไม่เต็มที่ เกิดอาการมึนงงและสับสน


แนวทางการจัดการและวิธีป้องกันอาการสับสน

การดูแลผู้ป่วยที่มีอาการสับสนหลังตื่นนอน สามารถทำได้ 3 วิธีหลัก ดังนี้:

1. การจัดการด้านการรับรู้ (Cognitive Management)

  • จัดสิ่งแวดล้อม: ให้มีแสงสว่างเพียงพอในช่วงกลางวัน และลดแสงจ้าหรือเงาที่อาจทำให้ผู้ป่วยตกใจ
  • กระตุ้นการรับรู้: ติดตั้งปฏิทินและนาฬิกาขนาดใหญ่ในจุดที่มองเห็นชัดเจน เพื่อให้ผู้ป่วยทราบวัน เวลา และสถานที่อยู่เสมอ

2. การส่งเสริมการนอนหลับ (Sleep Hygiene)

  • จัดห้องนอนให้เงียบ สงบ และมีอุณหภูมิที่เหมาะสม
  • ลดกิจกรรมที่รบกวนการนอนในช่วงกลางคืน เช่น การตรวจวัดสัญญาณชีพที่ไม่จำเป็น หรือเสียงรบกวนจากภายนอก

3. การทำจิตบำบัดแบบ CBT

แนะนำการทำ Cognitive-Behavioral Therapy (CBT) ซึ่งเป็นการปรับความคิดและพฤติกรรม เพื่อแก้ปัญหานอนไม่หลับโดยไม่ใช้ยา เน้นการปรับสภาพแวดล้อมและการผ่อนคลายก่อนนอน


สรุป: อาการสับสน มึนงง หลังตื่นนอนในผู้ป่วย Stroke เป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการดูแล หากปล่อยไว้จะส่งผลต่อการฟื้นฟูร่างกาย การหมั่นสังเกตอาการและปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมตามคำแนะนำข้างต้น จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้อย่างมาก


อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่

FACEBOOK :: ReBRAIN

เอกสารอ้างอิง

  1. M.A. Mukminin et al. (2025). Global prevalence and risk factors of delirium among patients following acute stroke. Journal of Stroke and Cerebrovascular Diseases.
  2. Hongxia Cai et al. (2021). Sleep Disorders in Stroke: An Update on Management. Aging and disease.
  3. ครองสินธุ์ เขียนชานาจ, นิตยา จันทบุตร. (2563). ภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้สูงอายุ: ความท้าทายของการพยาบาล. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ.
Scroll to Top