เป็น Stroke ซ้ำ เกิดจากอะไร ป้องกันอย่างไร

เป็น Stroke ซ้ำ เกิดจากอะไร ป้องกันอย่างไร

โรคหลอดเลือดสมอง( Stroke )เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยมาก ยิ่งเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำบ่อยครั้ง ยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการเสียชีวิตและมีความพิการมากขึ้น รวมทั้งระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล เสียค่ารักษาและทรัพยากรต่างๆของโรงพยาบาลมากขึ้น ทุกคนควรรู้ปัจจัยการเกิดและการป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งวันนี้ทาง ReBRAIN จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับ เป็น Stroke ซ้ำ เกิดจากอะไร ป้องกันอย่างไร การกลับเป็นซ้ำของโรคหลอดเลือดสมองเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นใหม่ในสมองของผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน จากความผิดปกติของหลอดเลือดสมองที่แตกต่างจากการเกิดครั้งแรก มีการสื่อมสภาพของระบบประสาทส่งผลให้การทำงานของระบบประสาทลดลง หลังจากเกิดโรคหลอดเลือดสมองครั้งแรกเป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง โดยที่การเกิดขึ้นใหม่นี้แตกต่างขึ้นอยู่กับบริเวณที่มีพยาธิสภาพของโรค การอุดตันของหลอดเลือดที่เกิดขึ้นใหม่ การขยายบริเวณที่มีการตายของสมอง และการมีเลือดออกในสมอง ส่งผลทำให้เกิดความพิการรุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าครั้งแรกที่เป็นโดยมีอาการนานมากกว่า 24 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ 1.การกลับเป็นซ้ำระยะแรกคือ อาการของโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดหลังจากการเกิดโรคหลอดเลือดสมองครั้งแรกภายใน 90 วัน 2.การกลับเป็นซ้ำระยะหลังคือ อาการของโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดหลังจากเกิดโรคหลอดเลือดสมองครั้งแรกแล้ว 90 วัน ปัจจัยเสี่ยงการกลับเป็นโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ
  1. โรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตที่สูงมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท เพิ่มความเสี่ยงต่อการกลับเป็นโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ 3-17 เท่า เนื่องจากระดับความดันโลหิตที่สูงจะมีผลให้หลอดเลือดมีการหนาและแข็งตัวมากขึ้น สาเหตุการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำของผู้ป่วยที่สำคัญคือภาวะควบคุมความดันโลหิตไม่ดีและภาวะดื้อต่อยาแอสไพริน ดังนั้นยิ่งควบคุมความดันโลหิตได้มากจะลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำได้ดีขึ้น
  1. โรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดปกติเมื่ออดอาหารควรเท่ากับ 100-120 มก./ดล. การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้ผนังเลือดหนาตัว ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
  1. ไขมันในเลือดสูง เป็นภาวะที่มีโคเลสเตอรอล ฟอสโฟลิปิด หรือไตรกรีเซอไรด์สูงกว่าปกติ ภาวะนี้เรียก Hyperlipidemia ทำให้เกิดภาวะที่ไขมันเกาะสะสมอยู่ตามผนังของเส้นเลือดมากเกินไป ทำให้เลือดลำเลียงสมองได้น้อยและยากลำบากจึงเป็นอีกสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ
  1. โรคหัวใจ พบว่าผู้ที่มีภาวะ Atrial fibrillation ซึ่งไม่มีโรคลิ้นหัวใจร่วมด้วยมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง 5 เท่าของคนปกติ นอกจากนี้อาจจะทำให้เกิดอัตราการหลุดลอยของลิ่มเลือดสูง ซึ่งเมื่อลิ่มเลือดหลุดลอยไปอุดตันเส้นเลือดสมอง ทำให้สมองเกิดการตายเนื่องจากขาดออกซิเจน
  1. ขาดการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายจะเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองและลดระดับไขมัน ลดความดันโลหิต และเร่งการเผาผลาญอาหารทำให้ไม่อ้วน การออกกำลังกายด้วยความแรงปานกลางเช่นการเดินเร็ว การว่ายน้ำ ปั่นจักยาน อย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจากจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้ ดังนั้นควรมีการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที เป็นประจำเกือบทุกวัน
  1. การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ทำให้ระดับความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น เช่น การรับประทานอาหารรสเค็ม มีน้ำหนักเกิน ดื่มสุรามาก
  1. การสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงต่อการกลับเป็นโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ 2 เท่า ซึ่งผลของบุหรี่ทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดแข็งตัวและภาวะเลือดแข็งตัวเร็วทำให้ปริมาณของออกซิเจนในหลอดเลือดลดลง เกิดเลือดหนืดและไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้เพียงพอ
  1. มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดชั่วคราว มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้
การป้องกันการกลับเป็นโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ
  1. ปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
1.1 ควบคุมระดับความดันโลหิต โดยการควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารต้านความดันโลหิตสูง (DASH diet) จะช่วยลดความดันโลหิตได้ โดยอาหารต้านความดันโลหิตสูงได้แก่ อาหารประเภทผัก ผลไม้ที่ให้โพแทสเซียมสูง นม และผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ อาหารที่ให้แคลเซียมสูง ถั่ว ธัญพืชต่าง ๆ จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และจำกัดโซเดียมไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน  1.2 รับประทานผักสดมื้อละ 2 ฝ่ามือพูน หรือ ผักสุกมื้อละ 1 ฝ่ามือพูน ผลไม้ไม่หวานจัด 15 คำต่อวันและควรรับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ถั่ว ข้าวซ้อมมือ  1.3 ลดอาหารไขมันสูง ลดรับประทานไขมันที่มาจากสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ เช่น เนื้อ นม เนย ลดรับประทานของมัน ของทอด อาหาร เครื่องดื่มที่มีไขมันสูง งดรับประทานเบเกอรี เช่น คุกกี้ เค้ก หรือของทอดซ้ำ ควรใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว ถั่วลิสงแทน และ รับประทานไขมันจากปลา ทั้งปลาทะเลและปลาน้ำจืด 1.4 ลดอาหารเค็มหรือมีเกลือโซเดียมสูงโดยควรจำกัดโซเดียมไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับ น้ำปลา 7 ช้อนชา หรือเกลือ 1.8 ช้อนชาต่อวัน จะลดความดันซิสโตลิค ลง 5.6 มิลลิเมตรปรอท ดังนั้นควรลดรับประทานอาหารที่มีรสเค็มลงครึ่งหนึ่ง และลดเครื่องดื่มที่มีรสเค็มลง เช่น เครื่องดื่มผสมเกลือแร่ ไม่เติมน้ำปลาซีอิ้ว เต้าเจี้ยว กะปิ ผงชูรส ของสำเร็จรูป ในอาหาร รับประทานอาหาและผลไม้สด แทนอาหารเครื่องดื่มสำเร็จรูป 1.5 ลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานหรือน้ำตาลสูง หลีกเลี่ยงเครื่อง ดื่มที่มีรสหวาน เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำผลไม้ ลดรับประทานน้ำตาลไม่เกินวันละ 4 ถึง 6 ช้อนชา 1.6 การควบคุมน้ำหนัก ภาวะอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ 
  1. การออกกำลังกาย
สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาได้แนะนำว่าควรมีการออกกำลังกาย เช่นแบบแอโรบิคแบบออกแรงปานกลาง อย่างน้อยวันละ 30 นาที เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ รวมเป็น 150 นาที เช่น การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือแอโรบิคแบบหนัก อย่างน้อย 25 นาทีเป็นเวลา 3 วันต่อสัปดาห์รวมเป็น 75 นาที เช่น เต้นแอโรบิค การวิ่ง ดังนั้นควรมีการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที เป็นประจำเกือบทุกวัน 
  1. การหยุดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะส่งผลต่อโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งการที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมากจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น การแข็งตัวของเลือดช้าลง ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลง 
  1. การรับประทานยาต้านเกร็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง
 โรคหลอดเลือดสมองมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ป่วยซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะก่อให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตตามมา และในผู้ที่รอดชีวิตก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำได้อีก ดังนั้นการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ทุกคนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นจะช่วยให้ลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำลดลงได้ เอกสารอ้างอิง
  1. Charles Esenwa, Jose Gutierrez(2015).Secondary stroke prevention: challenges and solutions, 11,437–450
  2. Juthatip Thepsuwan(2018). Recurrent Prevention for Stroke Survivors,10.
อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่ FACEBOOK :: ReBRAIN  

เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง

ต้องการปรึกษาแผนฟื้นฟูหรือประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยสโตรก สามารถทักแชทสอบถามทีม ReBRAIN ได้ทันที!

 

Scroll to Top