โรคหลอดเลือดสมอง กับ ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยป้องกันได้

โรคหลอดเลือดสมอง กับ ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยป้องกันได้ หากจัดการได้ถูกวิธี

 

ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมอง ป้องกันได้ หากจัดการได้ถูกวิธี ภายหลังจากผู้ป่วยกลับจากโรงพยาบาลมาอยู่ที่บ้าน ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วมีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง วันนี้ ReBRAIN จะพามารู้จัก เกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อน ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย หากได้รับการดูแลรักษาที่ไม่เพียงพอ

ภาวะแทรกซ้อน (Complication) คือ ภาวะที่ไม่พึงประสงค์ ที่เกิดร่วมกับอาการเจ็บป่วยในปัจจุบัน หากผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษา ที่ไม่เพียงพอ ซึ่งจะนำไปสู่ความผิดปกติ ในหลายส่วนของร่างกาย ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ่อย เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเสียชีวิต รวมถึงยังเพิ่มค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาล และคุณภาพชีวิตลดลง ดังนั้นรู้ไว้ แก้ได้ทัน

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  1. แผลกดทับ (Bed sore) เกิดจากเนื้อเยื่อ ที่ถูกกดทับเป็นระยะเวลานาน จนทำให้บริเวณนั้นขาดเลือดมาเลี้ยง ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้น ได้รับสารอาหาร และ ออกซิเจนไม่เพียงพอ จึงเกิดการตายของเนื้อเยื่อ และเป็นแผลตามมา วิธีแก้ไข คือ ถ้าผู้ป่วยอ่อนแรง ไม่สามารถพลิกตัวเองได้ ต้องมีการจัดท่า ลดการกดทับบริเวณปุ่มกระดูก และพลิกเปลื่ยนท่า ทุกๆ 2 ชั่วโมง
  2. ภาวะความดันตกระหว่างเปลี่ยนท่าทาง (Orthostatic hypotension) เกิดจากการที่ผู้ป่วย อยู่ในท่านอนเป็นระยะเวลานาน และเมื่อมีการเปลี่ยนท่าทาง แล้วเกิดความดันโลหิตตัวบน (Systolic blood pressure) ลดลงมากกว่า 20 mmHg เนื่องจาก เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จึงเกิดอาการ หน้ามืด มึนหัว ตาพร่ามัว วิธีแก้ไข คือ เมื่อความดันตกให้พาผู้ป่วยนอนราบ และ ดื่มน้ำ สังเกตุอาการและวัดความดันซ้ำ ผู้ป่วยจะมีอาการค่อยๆ ดีขึ้น
  3. ข้อต่อยึดติด (Joint stiffness) กล้ามเนื้อตึง (Muscle tightness) เกิดจากการที่ผู้ป่วย ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายอยู่ในท่าเดิม เป็นระยะเวลานาน หรือ มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวอยู่ตลอดเวลา ร่วมกับขาดการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อตึงตัว และถ้ายังหากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานจะส่งผลให้ข้อต่อยึดติดตามมา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดเมื่อขยับและเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มช่วงการเคลื่อนไหว วิธีแก้ไขคือ การยืดกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายขยับข้อต่างๆ ไม่อยู่ในท่าเดิมนานๆ
  4. ข้อไหล่หลวม (Shoulder subluxation) เกิดจากพยาธิสภาพของผู้ป่วยที่มีการอ่อนแรงครึ่งซีก ทำให้มีการเคลื่อนไหวแขนด้านที่อ่อนแรงลดลง และเมื่อมีการเคลื่อนไหวของแขนที่ไม่ถูกวิธี จะส่งผลให้เยื่อหุ้มข้อไหล่และเอ็นกล้ามเนื้อถูกการดึงยืด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดไหล่ได้ง่ายและอาจนำไปสู่การเกิดภาวะข้อไหล่เคลื่อนหลวม (Shoulder subluxation) วิธีแก้ไขคือ การออกกำลังกายเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อรอบบริเวณไหล่ และสะบัก รวมถึงการจัดท่าในขณะนั่ง และใส่อุปกรณ์เพื่อป้องกันภาวะข้อไหล่หลวมขณะฝึกนั่ง ยืน เดิน
  5. ภาวะปอดแฟบ (Atelectasis) เกิดจากการที่ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนเป็นระยะเวลานาน ทำให้ปอดขยายได้ไม่เต็มที่ ถุงลมเกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สลดลง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจสั้นตื้น และหอบเหนื่อยได้ง่าย วิธีแก้ไขคือ การฝึกการหายใจที่ถูกต้องและถูกวิธี ลดการหายใจโดยใช้ทรวงอก
  6. การสำลักอาหาร ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมองมักมีปัญหาด้านการกลืน เนื่องจากกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืนอ่อนแรงลง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีการสำลักอาหารได้ง่าย และถ้าหากสำลักอาหารลงระบบทางเดินหายใจไปก็จะนำไปสู่ภาวะปอดติดเชื้อตามมาได้ หากมีอาการสำลักให้ผู้ป่วยหยุดทานและค่อยๆฝึกกลืนจากของเหลวหนืดก่อน และกระตุ้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน
  7. ภาวะปอดติดเชื้อ (Pneumonia) อาจเกิดจากการสำลักอาหารหรือการขยายตัวของปอดที่ลดลงจากการนอนนาน ทำให้การระบายเสมหะในร่างกายลดลง และเกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจตามมา
  8. ภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep vein thrombosis) เกิดการที่ผู้ป่วยไม่ค่อยได้ขยับร่างกายหรือความผิดปกติของหลอดเลือดดำ ทำให้เกิดการตกตะกอนแล้วเกิดเป็นลิ่มเลือดตามมา ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี เกิดอาการปวด บวม แดง บริเวณที่ลิ่มเลือดอุดตันตามมา หากมีอาการนี้เกิดขึ้นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อให้ยารักษาคุมอาการก่อนการฝึกกายภาพบำบัด เพื่อป้องกันภาวะลิ่มเลือดไปอุดกั้นที่ปอด
  9. การล้ม (Falling) ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมองมักมีอาการอ่อนแรงของร่างกายครึ่งซีก ปัญหาการรักษาสมดุลในการทรงท่า ทำให้ความมั่นคงในการนั่ง ยืนและเดินลดลง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะหกล้มได้ง่าย ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ ฟกช้ำ กระดูกหัก หรืออาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ดังนั้น หากได้การฝึกที่ดีและมีการทรงตัวที่มั่นคง การเกิดการล้มก็จะมีความเสี่ยงที่ลดลงไม่ด้วย
  10. ภาวะซึมเศร้าหลังโรคหลอดเลือดสมอง (Post-Stroke depression) เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดหลังโรคหลอดเลือดในสมอง จากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหรือสภาพแวดล้อม ส่งผลให้ผุ้ป่วยรู้สึกเศร้า ไร้ค่า ไม่มีสมาธิ หรืออาจรุนแรงถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย

จะเห็นได้ว่าภาวะแทรกซ้อนต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย หากผู้ป่วยขาดการดูแลรักษาที่ถูกวิธีหรือขาดการดูแลที่เพียงพอ ความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนอาจเพิ่มมากขึ้นถ้าหากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมองเป็นผู้สูงอายุหรือเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว ดังนั้นการดูแลผู้ป่วย ควรเริ่มตั้งแต่อยู่ภายในโรงพยาบาลจนถึงกลับมารักษาตัวที่บ้าน หากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง

 

แหล่งอ้างอิง

เอกสารประกอบการสอนวิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู สำหรับนักศึกษาแพทย์ปี4 เรื่องเวชศาสตร์ฟื้นฟูในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke rehabilitation) มหาวิทยาลัยขอนแก่น

https://nestcarejob.com/blogs/5thing-to-prevent-bedridden

https://www.paolohospital.com/th-

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติมที่นี่

FACEBOOK :: ReBRAIN

Scroll to Top