
การทดสอบกำลังกล้ามเนื้อด้วยมือ หรือ Manual Muscle Testing (MMT) เป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการตรวจประเมินทางกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟู มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 แม้ปัจจุบันจะมีเครื่องมือดิจิทัลอย่าง Isokinetic Dynamometer แต่ MMT ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดเนื่องจากมีความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย
ความสำคัญของการประเมิน MMT
การประเมินที่มีประสิทธิภาพช่วยให้นักกายภาพบำบัดและบุคลากรทางการแพทย์สามารถ
- วินิจฉัยความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- วางแผนการรักษาและฟื้นฟูได้อย่างแม่นยำ
- ติดตามความก้าวหน้าของการรักษาได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขั้นตอนการทดสอบและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
เพื่อให้ผลการทดสอบมีความแม่นยำ (Validity) และเชื่อถือได้ (Reliability) ควรปฏิบัติดังนี้
1. สภาพแวดล้อมและการเตรียมตัว
- สถานที่: ควรเงียบสงบ อุณหภูมิพอเหมาะ เพื่อให้ผู้ถูกทดสอบมีสมาธิ
- อุปกรณ์: เตียงตรวจต้องมีความสูงที่เหมาะสม แข็งแรง และไม่ยวบ
- ผู้ถูกทดสอบ: ต้องไม่มีอาการปวดรุนแรงขณะทดสอบ และสวมเสื้อผ้าที่เปิดเผยตำแหน่งกล้ามเนื้อและข้อต่อที่จะตรวจได้ชัดเจน
2. การประเมินช่วงการเคลื่อนไหว (Range of Motion – ROM)
ก่อนทดสอบกำลังกล้ามเนื้อต้องเช็ค Active ROM เสมอ เพื่อดูว่าผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวเองได้สุดช่วงหรือไม่ หากข้อต่อติดขัด (Contracture) หรือมีอาการปวด ผลการให้เกรด MMT อาจคลาดเคลื่อนได้
หลักการให้แรงต้าน (Resistance Method)
ผู้ทดสอบจะให้แรงต้านในทิศทางตรงข้ามกับแนวแรงดึง (Line of Pull) ของกล้ามเนื้อ โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ:
- Isotonic Resistance: ให้แรงต้านตลอดช่วงการเคลื่อนไหว (Full ROM)
- Isometric Resistance (Break Test): ให้แรงต้านที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง (นิยมช่วง Middle Range) โดยให้ผู้ป่วยเกร็งสู้แรงจนกว่าจะ “หลุด” (Break)
ระบบการให้คะแนนเกรดกล้ามเนื้อ (Grading System)
มาตรฐานที่นิยมใช้มากที่สุดคือ Medical Research Council (MRC) Scale ซึ่งแบ่งเกรดเป็น 0-5 ดังนี้
ตารางสรุปเกรดกล้ามเนื้อ MMT
| เกรด (Grade) | ชื่อเรียก | นิยามและความสามารถ |
| 5 | Normal | เคลื่อนไหวได้สุดช่วง ต้านแรงโน้มถ่วง และต้านแรงผู้ทดสอบได้เต็มที่ |
| 4 | Good | เคลื่อนไหวได้สุดช่วง ต้านแรงโน้มถ่วง และต้านแรงผู้ทดสอบได้บ้าง |
| 3 | Fair | เคลื่อนไหวได้สุดช่วงต้านแรงโน้มถ่วงได้ แต่ต้านแรงผู้ทดสอบไม่ได้ |
| 2 | Poor | เคลื่อนไหวได้สุดช่วงในแนวระนาบ (ตัดแรงโน้มถ่วงออก) |
| 1 | Trace | คลำพบการหดตัวของกล้ามเนื้อ (Palpable) แต่ไม่มีการเคลื่อนไหว |
| 0 | Zero | ไม่พบการหดตัวของกล้ามเนื้อเลย |
หมายเหตุการใช้ +/- : > * 3+ (Fair+): ต้านแรงโน้มถ่วงได้สุดช่วง และต้านแรงผู้ทดสอบได้เพียงเล็กน้อย (น้อยกว่าเกรด 4)
- 2- (Poor-): เคลื่อนไหวในแนวระนาบได้ แต่ไม่สุดช่วงการเคลื่อนไหว
ตัวอย่างวิธีการทดสอบกล้ามเนื้อมัดสำคัญ
1. การทดสอบการกางไหล่ (Shoulder Abduction)
- กล้ามเนื้อหลัก: Deltoid, Supraspinatus
- เกรด 5, 4, 3 (ต้านแรงโน้มถ่วง): ผู้ป่วยนั่งตัวตรง กางแขนออกด้านข้าง 90 องศา ผู้ทดสอบให้แรงต้านที่เหนือข้อศอกในทิศทางกดลง
- เกรด 2 (ตัดแรงโน้มถ่วง): ผู้ป่วยนอนหงายบนเตียง แล้วพยายามกางแขนออกไปตามพื้นเตียง
2. การทดสอบการเหยียดสะโพก (Hip Extension)
- กล้ามเนื้อหลัก: Gluteus Maximus, Hamstrings
- เกรด 5, 4, 3 (ต้านแรงโน้มถ่วง): ผู้ป่วยนอนคว่ำ เข่าเหยียดตรง ยกขาขึ้นจากเตียง ผู้ทดสอบให้แรงต้านที่เหนือข้อเท้าหรือเหนือข้อพับเข่า
- เกรด 2 (ตัดแรงโน้มถ่วง): ผู้ป่วยนอนตะแคง (ขาข้างที่ตรวจอยู่ด้านบน) ผู้ทดสอบช่วยพยุงน้ำหนักขา แล้วให้ผู้ป่วยเหยียดขาไปด้านหลัง
ข้อควรระวังและปัจจัยที่ส่งผลต่อความแม่นยำ
เพื่อให้การทดสอบเป็นไปตามหลักวิชาชีพ นักกายภาพบำบัดควรคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้
- การชดเชย (Substitution): ผู้ป่วยอาจใช้กล้ามเนื้อมัดอื่นมาช่วยเคลื่อนไหวแทนมัดที่อ่อนแรง ผู้ตรวจต้องตรึง (Stabilize) ส่วนต้นให้มั่นคง
- อายุและเพศ: แรงต้านในเกรด 5 ของผู้สูงอายุย่อมไม่เท่ากับนักกีฬาหนุ่มสาว
- ความเจ็บปวด: หากผู้ป่วยปวดขณะทดสอบ กำลังที่ได้จะไม่ใช่กำลังที่แท้จริง (Inhibition)
สรุป: Manual Muscle Testing เป็นทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฝน (Experience) และความรู้ทางอนาโตมีที่แม่นยำ (Expertise) เพื่อให้ผลการตรวจมีความน่าเชื่อถือที่สุด
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และครอบครัวเลือกบริการที่เหมาะกับอาการและความพร้อมของผู้ป่วยมากที่สุด ReBRAIN จึงพัฒนาระบบการดูแล 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ
- ReBRAIN at Home กายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมอง รักษาที่บ้าน
- ReBRAIN Clinic คลินิกฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (วิภาวดี 60)
- Golden Time ศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร (พักค้าง 24 ชั่วโมง)
เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง
อ้างอิง
- การทดสอบกำลังกล้ามเนื้อด้วยมือ Manual muscle test คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล รศ. นวลอนงค์ ชัยปิยะพร