Foot Drop คืออะไร? เกิดจากเส้นประสาทหรือสมองกันแน่?

Foot Drop คืออะไร? เดินปลายเท้าลาก ยกเท้าไม่ขึ้น เกิดจาก “สมอง” หรือ “เส้นประสาท” กันแน่?

เวลาที่ผู้ป่วย Stroke เริ่มฝึกเดิน สิ่งหนึ่งที่สร้างความกังวลใจอย่างมากคืออาการ “เดินแล้วปลายเท้าลากพื้น” หรือ “ยกเท้าไม่ขึ้น” ภาวะนี้ทางการแพทย์เรียกว่า Foot Drop (ภาวะเท้าตก) ซึ่งไม่ใช่โรคโดยตรง แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวขามีความผิดปกติ

การแยกแยะได้ว่าเท้าตกเกิดจากสาเหตุใด จะช่วยให้การรักษาและฟื้นฟูตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองครับ


Foot Drop (ภาวะเท้าตก) คืออะไร?

Foot Drop คือ ภาวะที่ผู้ป่วยไม่สามารถกระดกปลายเท้าขึ้นได้ตามปกติ ทำให้ขณะก้าวเดินปลายเท้าจะชี้ลงพื้นเสมอ เพื่อไม่ให้เท้าสะดุดล้ม ผู้ป่วยจึงมักจะชดเชยด้วยการ “ยกเข่าสูงกว่าปกติ” ซึ่งลักษณะการเดินแบบนี้เรียกว่า Steppage gait

จุดสังเกต: หากคุณหรือคนที่คุณรักต้องยกขาขึ้นสูงผิดปกติเวลาเดิน หรือได้ยินเสียงปลายเท้าลากพื้น (สวบ..สวบ) นั่นคือสัญญาณของ Foot Drop ครับ


เจาะลึก 3 สาเหตุหลักของ Foot Drop: เกิดจากส่วนไหน?

อาการเท้าตกสามารถเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติของระบบประสาท 3 ระดับ ดังนี้:

1. ความผิดปกติจาก “สมอง” (ระดับ Central)

เป็นสาเหตุหลักที่พบในผู้ป่วย Stroke (โรคหลอดเลือดสมอง) เมื่อสมองส่วนที่สั่งการเคลื่อนไหวเสียหาย สัญญาณจะส่งไปไม่ถึงกล้ามเนื้อหน้าแข้ง

  • ลักษณะเฉพาะ: มักมีอาการแขนและขาอ่อนแรงข้างเดียวกัน, มีอาการ “กล้ามเนื้อเกร็งตึง” (Spasticity) ร่วมด้วย และรีเฟลกซ์ (การตอบสนอง) ไวผิดปกติ

2. ความผิดปกติจาก “ไขสันหลัง”

ไขสันหลังคือทางผ่านของสัญญาณประสาทจากสมองไปสู่ขา หากมีการบาดเจ็บหรือถูกกดทับ เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรืออุบัติเหตุ สัญญาณจะถูกตัดขาด

  • ลักษณะเฉพาะ: มักมีอาการชาหรืออ่อนแรง และอาจมีความผิดปกติของการขับถ่ายร่วมด้วยในบางกรณี

3. ความผิดปกติจาก “เส้นประสาทส่วนปลาย” (ระดับ Peripheral)

เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเป็น Stroke ก็เป็นได้

  • Peroneal Nerve Palsy: เกิดจากเส้นประสาทบริเวณหัวกระดูกน่องถูกกดทับ (เช่น นั่งไขว่ห้างหรือนั่งพับเพียบท่าเดิมนาน ๆ)
  • ลักษณะเฉพาะ: อ่อนแรงแบบกล้ามเนื้อนิ่ม (ไม่เกร็ง), มีอาการชาหลังเท้า และอาจพบ กล้ามเนื้อฝ่อ หากทิ้งไว้นาน

อาการสำคัญที่ต้องสังเกต

  • ยกปลายเท้าไม่ขึ้น ปลายเท้าชี้ลงตลอดเวลา
  • เดินแล้วปลายเท้าลากพื้น หรือสะดุดบ่อย
  • ต้องเดินท่าแปลก ๆ (ยกเข่าสูง หรือเหวี่ยงขาไปด้านข้าง)
  • ในรายที่เป็นจาก Stroke จะมีอาการ เกร็งตึง ของกล้ามเนื้อน่องร่วมด้วย

การวินิจฉัยและการรักษา: ฟื้นฟูอย่างไรให้กลับมาเดินได้?

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์มักจะทำการตรวจ EMG/NCS (ตรวจกระแสไฟฟ้ากล้ามเนื้อและเส้นประสาท) หรือ MRI เพื่อหาว่าจุดที่มีปัญหาคือ “สมอง” หรือ “เส้นประสาท” กันแน่

แนวทางการฟื้นฟูที่ได้ผล:

  1. กายภาพบำบัด: ฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อหน้าแข้งและยืดกล้ามเนื้อน่องอย่างสม่ำเสมอ
  2. อุปกรณ์พยุงข้อเท้า (AFO): เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยประคองปลายเท้าไม่ให้ตกลงขณะเดิน ช่วยลดความเสี่ยงในการล้มได้ทันที
  3. การกระตุ้นไฟฟ้า (NMES/FES): ใช้กระแสไฟฟ้าช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงให้ทำงานได้ดีขึ้น
  4. การรักษาต้นเหตุ: เช่น หากเกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดหรือทานยาร่วมด้วย

สรุป

Foot Drop ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อขาไม่มีแรงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาดของระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็นจาก สมอง (Stroke) หรือ เส้นประสาทส่วนปลาย การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราเลือกอุปกรณ์พยุงและท่าฝึกกายภาพที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยอีกครั้งครับ


เอกสารอ้างอิง:

  • Biller, J., & Ferro, J. M. (2019). Neurology of ischemic cerebrovascular disease.
  • Stewart, J. D. (2008). Foot drop: Where, why and what to do? Practical Neurology.
  • Wilbourn, A. J. (2000). Common peroneal neuropathy. Neurologic Clinics.
Scroll to Top