ภาวะข้อเข่าติดงอในผู้ป่วย Stroke (Knee Flexion Contracture) คืออะไร? พร้อมวิธีดูแลด้วยกายภาพบำบัด

ภาวะข้อเข่าติดงอในผู้ป่วย Stroke (Knee Flexion Contracture) คืออะไร? พร้อมวิธีดูแลด้วยกายภาพบำบัด

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหว การทรงตัว และการเดิน แต่รู้หรือไม่ว่า… หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดในระยะฟื้นฟูคือ “ภาวะข้อเข่าติดงอ” (Knee Flexion Contracture หรือ Knee Flexion Shortening) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยอย่างคาดไม่ถึง

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ภาวะข้อเข่าติดในผู้ป่วย Stroke เกิดจากอะไร มีผลกระทบอย่างไร และเราจะจัดการด้วยวิธีกายภาพบำบัดได้อย่างไรบ้าง

ภาวะข้อเข่าติดงอ (Knee Flexion Contracture) คืออะไร?

ภาวะข้อเข่าติดงอ คือ ภาวะที่ข้อเข่าไม่สามารถเหยียดตรงได้เต็มช่วงการเคลื่อนไหว (ROM) เกิดจากการหดสั้นของกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เอ็น และเยื่อหุ้มข้อบริเวณด้านหลังเข่า ร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อเกร็ง (Spasticity) โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstrings)

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการป้องกันหรือรักษาอย่างเหมาะสม จะทำให้ผู้ป่วยยืนและเดินลำบาก เพิ่มภาระให้แก่ผู้ดูแล และลดคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลงอย่างมาก

4 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วย Stroke ข้อเข่าติดงอ

ภาวะนี้มักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้:

  1. ภาวะกล้ามเนื้อเกร็ง (Spasticity): หลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อจะทำงานผิดปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อ Hamstrings ตึงตัวและเกร็ง ดึงรั้งให้ข้อเข่าอยู่ในท่างอตลอดเวลา
  2. การเคลื่อนไหวลดลง (Immobility): ผู้ป่วยที่นอนติดเตียง นั่งรถเข็น หรือเคลื่อนไหวได้น้อยเป็นเวลานาน เนื้อเยื่อรอบข้อต่อจะเริ่มยึดเกาะและหดสั้นลงอย่างรวดเร็ว
  3. กล้ามเนื้อเหยียดข้อเข่าอ่อนแรง: เมื่อกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) อ่อนแรง จะไม่มีแรงมากพอที่จะเหยียดเข่าให้ตรงเพื่อต้านแรงดึงรั้งได้
  4. การจัดท่าทางที่ไม่เหมาะสม: การนอนหรือนั่งในท่าเข่างอนานๆ เช่น การเอาหมอนรองใต้เข่าตลอดเวลา จะยิ่งเร่งให้เนื้อเยื่อหดรั้งถาวร

ผลกระทบเมื่อผู้ป่วยมีภาวะข้อเข่าติดงอ

  • ยืนทรงตัวลำบาก: เนื่องจากฐานการรับน้ำหนักผิดเพาะ
  • เดินได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ: ก้าวขาได้สั้นลง และต้องใช้พลังงานในการเดินมากกว่าปกติ ทำให้เหนื่อยง่าย
  • เสี่ยงต่อการหกล้มสูงขึ้น: จากความไม่มั่นคงของข้อต่อ
  • จำกัดการทำกิจวัตรประจำวัน: เช่น การลุกนั่ง การเข้าห้องน้ำ หรือการแต่งตัว
  • ส่งผลเสียต่อข้อต่อส่วนอื่น: อาจทำให้แนวการลงน้ำหนักของข้อสะโพกและข้อเท้าผิดปกติ เกิดอาการปวดตามมา

8 วิธีจัดการภาวะข้อเข่าติดงอด้วยกายภาพบำบัดและการแพทย์

กายภาพบำบัด คือหัวใจสำคัญทั้งในการป้องกันและรักษาภาวะข้อเข่าติดงอ โดยมีแนวทางการดูแลดังนี้ครับ:

1. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching)

การยืดกล้ามเนื้อ Hamstrings อย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญที่สุด โดยเน้นการยืดค้างไว้เป็นเวลานาน (Prolonged / Sustained Stretch) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดการหดรั้งของเนื้อเยื่อได้ดีกว่าการยืดแรงๆ ในระยะเวลาสั้น

2. การเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวข้อต่อ (ROM Exercise)

ฝึกขยับข้อเข่าทั้งแบบให้ผู้ดูแลช่วย (Passive ROM) และแบบผู้ป่วยออกแรงร่วมด้วย (Active-assisted ROM) เพื่อคงความยืดหยุ่นของเยื่อหุ้มข้อและป้องกันข้อติด

3. การจัดท่าทางที่ถูกต้อง (Positioning)

  • จัดท่าให้นอนหงายและเหยียดเข่าให้ตรงมากที่สุดขณะนอนพัก
  • หลีกเลี่ยง การเอาหมอนหนุนรองใต้เข่าเป็นเวลานาน
  • เปลี่ยนท่าทางของผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 2 ชั่วโมง

4. การฝึกลงน้ำหนักและฝึกยืน (Weight-bearing Training)

ฝึกให้ผู้ป่วยยืนและลงน้ำหนักผ่านขาข้างที่อ่อนแรง วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อเหยียดเข่า ลดอิทธิพลของท่าทางที่ผิดปกติ (Flexor Synergy) และช่วยให้สมองเกิดการเรียนรู้การเคลื่อนไหวใหม่

5. การสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อเหยียดเข่า (Quadriceps Strengthening)

ฝึกออกกำลังกายกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า เช่น:

  • Static Quadriceps: การเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาค้างไว้บดหมอนหรือผ้าขนหนู
  • Terminal Knee Extension: การฝึกเหยียดเข่าตรงในจังหวะสุดท้าย
  • Sit-to-Stand Training: การฝึกฟื้นฟูลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้

6. การฝึกเดิน (Gait Training)

เน้นการฝึกเดินที่ส่งเสริมการเหยียดเข่าในจังหวะที่ขารับน้ำหนัก (Mid-stance และ Terminal Stance) เพื่อให้ข้อเข่าได้ทำงานในรูปแบบที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด

7. การใช้อุปกรณ์ดามและเครื่องช่วย (Orthoses and Splints)

ในรายที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง อาจใช้เครื่องมือช่วยยืดเนื้อเยื่ออย่างต่อเนื่อง เช่น อุปกรณ์ดามเหยียดเข่า (Knee Extension Splint), Dynamic Splint หรือการเข้าเฝือกเป็นระยะ (Serial Casting)

8. การรักษาควบคู่กับทีมแพทย์ (Interdisciplinary Care)

หากผู้ป่วยมีอาการเกร็งรุนแรง นักกายภาพบำบัดจะทำงานร่วมกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อพิจารณาใช้ยาคลายเกร็ง การฉีดยาลดเกร็ง (Botulinum Toxin Injection) เพื่อให้การทำกายภาพบำบัดได้ผลดียิ่งขึ้น

สรุป

ภาวะข้อเข่าติดงอในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ป้องกันได้หากได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรก การทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยืดกล้ามเนื้อ จัดท่าทาง และฝึกกำลังขา จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมายืนและเดินได้อย่างมั่นคง มีอิสระในการใช้ชีวิต และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

คำแนะนำ: หากพบว่าผู้ป่วย Stroke เริ่มมีอาการเข่าตึงหรือเหยียดได้ไม่สุด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดทันทีเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Kisner C, Colby LA. Therapeutic Exercise: Foundations and Techniques. 7th ed. Philadelphia: F.A. Davis; 2018.
  2. O’Sullivan SB, Schmitz TJ, Fulk GD. Physical Rehabilitation. 7th ed. Philadelphia: F.A. Davis; 2019.

เพื่อให้การเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าสำหรับทุกครอบครัว ให้ ReBRAIN เป็นเพื่อนร่วมทางในการกู้คืนสมรรถภาพของคนที่คุณรักให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ดูแลด้วย 3 รูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกระดับอาการ

เลือกบริการที่เหมาะกับอาการผู้ป่วยเพื่อฟื้นตัวได้เร็วที่สุด — ReBRAIN พร้อมดูแลครบทุกระดับตั้งแต่ทำกายภาพที่บ้านจนถึงฟื้นฟูแบบพักค้าง 24 ชั่วโมง

ต้องการปรึกษาแผนฟื้นฟูหรือประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยสโตรก สามารถทักแชทสอบถามทีม ReBRAIN ได้ทันที!

Scroll to Top